ขอเล่ายาวๆ เรื่อง เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนิดนึง ถือว่าเป็นหนึ่งเหตุการณ์ที่ดูเหมือนชีวิตได้อัพอีกเวลนึง (ขนาดนั้นเลย)
 
 
1. ตัดสินใจไป FMFA 

เงินก็ไม่มีนะ แต่วันนึงดูไลน์อัพวันที่ 3 ของ FMFA ก็เกิดอาการอยากไปมากๆ ขึ้นมา บอกเจ้น้ำEDMfriend ว่า เจ้เราจะไปอ่ะ  เจ้ก็ดีมาก กดซื้อให้ทุกอย่างตั๋วบิน ตั๋วคอน สรุป พร้อม (แม้ฐานะทางการเงินยังไม่พร้อม) ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม


2. ตั๋วบินพร้อม ตั๋วคอนพร้อม จอง รร.พร้อม ใจไม่พร้อม (หาพวกสิมึง)

เออ ขึ้นเครื่องคนเดียวยังไม่เคยเลย ขึ้นยังไงอะไรยังสับสน แล้วอะไรจะกล้าไป KL คนเดียววะ ชวนทุกคนที่จะทำได้ สรุปได้เพื่อนร่วมทริปเว้ย


3. ใกล้วันแย้วๆๆ ตื่นเต้นจัง แต่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้

เพื่อนร่วมทริปดันแอดมิดซะงั้น แต่ก็น่ะ เรื่องสุขภาพก็ต้องมาก่อน มันไม่แจ้งล่วงหน้านี่หว่า เราก็เอ่าๆๆ ฮึดๆๆ  ตอนตัดสินใจไปครั้งแรกก็จะไปคนเดียวนี่นา


4. ขึ้นเครื่องคนเดียวได้แล้วเว้ย

การตัดสินใจไป FMFA คนเดียว โดยไม่มีเจ้น้าไปด้วย มันก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและกลัวพอควร ภาษาอังกฤษกระด๊อกกระแด๊กจะอยู่ได้ไหม จะหลงทางไหม จะขึ้นเครื่อง ตกเครื่องไหม(ไม่ตกหรอกอิเจ้ไม่ไปด้วย 5555) 
ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ตอนนั้นในใจก็คิดแค่ว่า มี 3 เวที จะวิ่งยังไงวะ อยากดูทุกคน จะหลบบัง rave ยังไง 

5. วืด

จนกระทั่งหลังจากที่ผ่าน ตม.มาเล (ด้วยการมองหน้า มองพาส มองหน้า มองพาส สแกนนิ้ว ทวนชื่อ) มาแล้ว พอออกมาพี่ก็จอดซื้อซิมการ์ด 

เจ้น้ำก็โทรเข้ามาจากอินโด (นางไปดู asotindo) ว่า อีนาง คอนมึงแคนเซิลนะ รู้ยัง ฟังทีแรกก็คิดว่านางมุกหรือเปล่าวะ รอบสองก็เลิกเพราะ 370 ยืนยันว่าก่อการร้ายหรอ

วางสายเจ้ เปิดเข้าเพจ FAFA ถามในกรุ๊ป ก็ได้ใจความว่า "เท" "เงิบ" "วืด"

คอนเสิร์ตวันที่ 2 ASOT ดันมีคน play hard กันจนเสด็จอีเก้ง ถึง  5 คน

........

เอาล่ะ ยกเลิกก็ยกเลิก ก็ทำอะไรไม่ได้เว้ย แต่ทีนี้ แผนที่วางเอาไว้กะว่า ไปถึงดูคอนเสร็จไปนอนที่โรงแรม ตื่นมาไปปิโตรนาส บินกลับ ก็พัง

แผนในหัวไม่มี
.......

มึนและงงอย่างที่สุด

6. วางแผนใหม่ (เกี่ยวกับรถไฟเยอะ)

(สำหรับคนที่อยากไป KL อยากให้ปริ้นสีแมพนี้ไปด้วย ปริ้นสีด้วยนะ ช่วยชีวิตได้มากเลย จิ้ม )

สนามบิน LCCT จะเข้าเมืองต้องนั่ง KLIA Transit เข้าไปซึ่งเป็นรถบัส ไปลงที่ LRT Salak tinggi  (LRT เท่ากับ BTS บ้านเราสภาพใกล้เคียงกัน) เข้าเมือง

ด้วยความงง ดันซื้อตั๋วไป KLIA Transit ไปแค่ Bandar tasik selatan เพราะสมองมันจำว่ามึงต้องไปต่อที่จุดนี้ถ้าจะไปคอน (สมองยังกู่ไม่กลับ)

ในเมื่อไม่ได้ไปคอนแล้ว เราจะรีบไปโรงแรมทำไมวะ ไปปิโตรนาสสิ ยามค่ำคืน น้ำพุระบำ
แต่เมื่อซื้อตั๋วไปแค่ KLIA Transit ไปแค่ Bandar tasik selatan แต่เราอยากเข้าไป KLCC เพื่อไปชมปิโตรนาส ก็เลยต้องไปต่อที่ KL Sentral 

การไปต่อที่ KL Sentral นี่ก็ต้องไปเปลี่ยนสายรถไฟที่ Bandar tasik selatan ไปสาย KTM แทน  (KTM นี่จะบ้านๆ หน่อย เก่าๆ หน่อย แต่แอร์นะ แต่อารมณ์ชานชาลา สภาพนี่คนละอารมณ์กับ  LRT เลย) ตอนเดินแอบงงหลงทางนิดหน่อยตามประสา

สรุปก็ไปถึงปิโตรนาส เกือบๆ จะสองทุ่มได้ ได้เห็นตอนค่ำ มันสวยจริงๆ สวยกว่าตอนกลางวันเยอะมาก แถมมีน่ำพุระบำ ดูไปแต่ใจมันก็ยังคะยองยอยอยู่ ฝนดันตกลงมาอีก
ตกลงมาแบบเยอะอะ เปียก อารมณ์มา ฝนมา จ่ะ 
 
เข้ามาเดิน SURIA  ห้างอะไรไม่รู้ทางเข้าใหญ่ชิบหาย ข้างในก็ใหญ่ชิบหาย เข้าไปปุ๊บก็ไปซื้อการ์เร็ตจ้า
คนไทยนนี่มันไทยจริงๆ 555555
 
ตอนแรกเราก็กะว่า ไม่เอาจัมโบ้ แต่เจ้ส่าหรี่ตอกถุงหนักมาก ก็เลยเอาซะหน่อยเว้ย
 
สรุปก็แบกจัมโบ้หนึ่ง สมอล 2 กลับที่พัก
 
 
7. เผชิญกับความเจ็บปวด ณ สถานี Bukit jalil
 
ขากลับก็เริ่มยากและ นั่ง LRT จาก KLCC ไป Bukit jalil ที่จองโรงแรมไว้ ซึ่งต้องไปผ่าน masjid jamed เพื่อเปลี่ยนรถไปสาย Ampang
 
จุดพีคมันอยู่ที่พอออกจาก LRT Bukit jalil มาก็เจอคอนเลย
 
คอนที่ไม่ได้จัด อุปกรณ์ยังอยู่ครบ ไม่ได้เก็บอะไร ชิงช้ายังอยู่ เวทียังอยู่  มันรู้สึกเงียบมากกกก มากจนเกินไป
ยินมองอย่างคะยองยอย แล้วก็ตัดสินใจกลับที่พัก ก่อนที่จะรู้สึกยอยไปกว่านี้
 
ถึงที่พัก เกือบห้าทุ่ม แล้วพรุ่งนี้อะไรยังไง แผนไม่มี...
 
 
8. KL in 1 day ตอน กูเกิ้ลแมพ
 
คืนนั้นนั่งลิสต์ว่าพรุ่งนี้จะไปไหนดี เพราะไปปิโตรนาสมาแล้ว
 
ตอนเช้าตื่นมากินเบรดฟัส เจอซัมติง คล้ายข้าวยำ กับผัดหมี่จืดๆ ก็ซัดผัดหมี่ไปเต็มจาน เพราะไม่ไว้ใจอาหารบัง
กินแบบจนอิ่ม เพราะกลางวันจะไม่กินแล้ว 
 
และก็เช็คเอาท์ ตอนเช็กเอาท์ ถามเจ้ส่าหรีฟอร์นว่า ไอจะคอลแทกซี่ไปบูกิตจาลีล นะ อิเจ้ก็ลุ้นภาษาอังกฤษเราสุด นางว่านางเรียกให้ มึงไปนั่งบีบสิวรอจ่ะ 
 (ก่อนหน้านี้เราเคยโทรทางไกลมาถามว่า "จากโรงแรมสามารถเดินไปสนามได้ไหม" สงสัยจะได้คุยกับนางนี่แหละ เสียงคุ้นมาก นางสดใสมาก รักนาง ก่อนไปก็ขอบคุณนางแบบน้ำตาคลอสุด)
 
จากแผนที่วางเมื่อคืน (ไหนวะ?) สรุปว่าจะไป มัสยิดจาเมด (ง่ายแม่งเพราะอยู่ตรงสถานนีเลย)
อ่านจากในเน็ตมาว่ามีแม่น้ำ แต่น้ำกลิ่นแรก
ก็ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งได้ดม (เอ่อ อยากให้ใช้คำว่า เหม็นเหี้ยๆๆๆๆ)
มัสติดให้เฉพาะมุสลิม แล้วฝนก็ตกด้วย ตกแบบว่าเปียกเลย ก็ยืนดูอยู่แปปก็ไปที่อื่นต่อ
 
ไปที่อื่นต่อ? ที่ไหนวะ
ไปยินดูป้ายตรง LRT masjid jamed เจอป้ายบอกให้ไป ตึกสุลต่านอับดุลซามัด โอเค ไป
 
แต่...
ไปทางไหนวะ
คือที่มาเลมีข้อเสียอยู่อย่างคือลงรถไฟช่วยบอกทางด้วยค้าบ ลงทางนี้เลี้ยวซ้ายเจอเซนตอร์วัน เลี้ยวขวาเจออนุสาวรีย์นะ อะไรแบบนี้ จะได้ไม่งงเว้ย แล้ว คือจาเม็ดก็ไม่มีใครยินให้ช่วยเหลือเลย (จริงๆ ยังเหนียมอายอยู่)
 
ด้วยความที่ฝนตก ลุงมาเลก็ตะโกนขายร่ม  8 ริงกิต ก็ เออ แปดสิบ เอาวะ อย่างน้อยก็ช่วยให้เราใช้ชีวิตอยู่รอด
 
ลุงถามเรามาจากไหน แล้ว "สวัสดีครับ" เรา รู้สึกรักลุงขึ้นมาทันที
 
หลังจากนั้นก็เดินมาทางที่ไม่ใช่ 55555 เปิดจาก Google map แม่งยากตรงที่ มันต้องเดินก่อน ถึงจะรู้ว่าหลง ก็เดินอยู่นั่น เลี้ยวจอด หยุดดู แต่ก็ไม่ได้ถามใคร อยากทำให้ได้ สุดท้าย ก็ได้ รู้สึกบรรลุขึ้นมาหนึ่งขีด
 
เลี้ยวมาเจอตึกสุลต่าน ก็รู้สึกว่า เห้ย นี่มันงดงามอ่ะ ถ้าฝนไม่ตก นึกสภาพสะพายเป้ที่มีการ์เรตจัมโบ้ และถืออีกสองถุง 
 
ฝั่งตรงข้ามเป็นจตุรัสเมอเดก้า แต่ตอนนี้ส่วนที่เป็นสนามหญ้าปิดปรับปรุง ปูหญ้าใหม่ 
 
ในเน็ตเขาว่า เป็นเสาธงที่เคยสูงที่สุดในโลก แต่ฝนตก ก็ลีบแบน ถ่ายไปก็ไม่ได้ความงามแต่อย่างใด
 
ทัวร์จีนมาลง อาม่าพยายามมาขอความช่วยเหลือ เลยต้องบอกม่าไปว่า "i am ไท่กั๋ว เหริ๋น" เชี่ยยยยยยย ที่เรียนภาษาจีนมาได้ใช้แล้ว น้ำตาจะไหล
 
เดินตากฝนไปมาอยู่นาน เพราะเราว่าตรงตึกสุลต่านมันสวยจริงๆ ถนนก็สวย เดินเลยเข้าไปมีKL gallery ข้างในเป็น ทั้งเมือง KL จำลอง อันนี้เจ๋งมาก เข้าฟรีด้วย
 
เข้าไปก็จะแบ่งเป็นโซนๆ ที่สำคัญ ห้องแสดงแสงสีเสียงนี่ จำลองทั้งเมือง เห็นหมด ปีโตรนาส เคแอลทาวเวอ์ สายรถไฟ บลาๆๆ แล้วก็อลังการด้วย (เห้ย คือฟรีอ่ะ น้ำตาจะไหล)  โชว์ประมาณ 5  นาที
 
ดูโชว์เสร็จครับก็เจอของที่เราคลั่งไคล้ ไม้ๆ ที่แกะเป็นลายนั่นนี่ คือมีลุงมาแกะตรงนั้นเลย ไม่รู้เรียกว่าอะไรนะ เราชอบมาก (แต่ดันซื้อมาจากซูเรียแล้วเมือวาน) หลังจากนั้นก็เป็นโซนของฝาก ซึ่งเยอะมากกกกกกกกกก และเก๋มากกกกแทบทุกชิ้น
 
จริงๆ ข้างๆ เหมือนจะมีมิวเซียมอีก แต่น่าจะเสียตังก็เลย ไม่เอาดีกว่า เดินกลับไปสถานี
ระหว่างนั้นก็คิดว่าจะไป Petaling street ตามที่พี่ระชี้แนะไว้
 
ซึ่งมันห่างจากสถานีนี้ไปแค่ Pasar Seni สถานีเดียว เห้ยดูง่ายอะ
 
 
9. เห้ย ดูง่ายอะ
 
พยายามใช้กูเกิล แมพ เพื่อเดินไป Petaling street แวะถามพี่บังเพื่อความมันใจ บังบอก เดินไปโลด แยกสองเลี้ยวซ้าย
 
เดินไป ไหนวะ ...
 
เดินย้อนกลับ....
 
ไหนวะ.....
 
หมุนๆๆๆ แวะเซเว่น เดินไป เดินมา เปิดกูเกิลอีกรอบ ผ่านไปเกือบครึ่งชั่งโมงก็เดินไปถึง 55555555
 
ตอนไปถึงนี่แทบจะเวฟ
 
เดินไปปุ๊บก็เจอเกาลัคเลย 300 g 5 ริงกิต แต่เม็ดเล็กมาก ก็เลยไม่เอา กลัวมือเปื้อนด้วย
 
Petaling street ก็คือหัวหินไนท์บาซ่าดีๆ นี่เอง ไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย เคสไอโฟน ไอแพด กระเป๋าก๊อบ นาฬิกา พวงกุญแจ และที่จะไฮไลท์สำหรับคนที่ชอบกินอาหารแปลกๆ ก็คือ อาหารจีน เต็มไปหมด ของกินเยอะมากจริงๆ
 
แต่เราไม่กล้ากินอะไร บอกตรงๆ ว่าเข็ดกับอาหารต่างชาติ
 
 
เดินอยู่ Petaling street  อยู่พักนึงก็คิดว่าไปต่อดีกว่า มันไม่ใช่แนว
 
 
10. ภารกิจ 
 
ก่อนหน้านี้เจ้น้ามบอกว่าให้ส่งโปสการ์ดให้ด้วย เราซื้อโปสการ์ดมาแล้วจากเคแอล แกลลอรี่  ซึ่งนี่เป็นภารกิจใหญ่มากสำหรับเรา
 
ต้องทำให้ได้!!!!
 
เดินวนอยู่หลายที่ก็หาที่ส่งโปสการ์ดไม่ได้ ถามบังมา 3 คนชี้ให้ไป โน่น ไปนี่ ไปมาทุกที่ยังหาที่ส่งไม่ได้ จนเดินมาใต้ตึกหนึ่งแล้วถามพี่ยาม พี่ยามบอก ชั้นสามเลยจ้า 
 
ขึ้นมามันเป็น mini post station เลย แบบนี่คือกูแค่ส่งโปสการ์ด กูต้องมาถึงขนาดนี้เลยหรอ 5555555
 
ซื้อแสตมป์ ขณะที่วาดรูปก็มีป้าจีนมายืนบ่นอะไรใส่ไม่รู้ ก็ไม่ได้สนใจ อารมณ์แกหลงๆ มองหน้าทำตาปรือใส่ไปนิดนึง 
 
หลังจากซื้อสแตมป์เสร็จก็หันไปสบตาพี่บังพนักงาน พี่บังบอกละติจูดให้ส่ง ว่าเสียบรูโน้นเลยจร้า เรายึกคอตอบพอเป็นพิธี
 
เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ
 
จะว่าไปด่านนี้เป็นด่านที่ยากพอสมควร เพราะมันอับจนหนทางจริง เดินแล้วเดินอีก แต่ในทีสุดก็ทำได้ ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองผ่านด่านไปอีกหนึ่งเวล ยืนมองฟ้าอย่างเท่ๆ อยู่หน้าตึกแปปนึง
 
เอาล่ะเดินทางต่อ
 
ต่อจากนี้ไป Sentral Market กัน
 
 
12. หลงทางในลิตเติลอินเดียว (อินเดียคนเดียว)
 
ดูจากแอพกูเกิล บอกว่า มันอยู่ทางตรงข้ามกับ bus station ที่ติดกับ สถานี Pasar Senni ที่เราลง มองดูแล้วไม่น่ายากเว้ย
 
ก็เดินไปเรื่อยๆๆ เดินผ่านเวิ้งที่ดูคล้ายตลาดนครถมบ้านเรา
 
คือเป็นตึกแถว มีหนุ่มบังคอยอ้อร้อให้ซื้อของที่เขาขาย รู้สึกว่าตัวเองสวยอยู่พักนึก เกือบสะดุดท่อหน้าแหก
 
แถวนั้นกำลังก่อสร้างถนน
 
เดินต่อมาเรื่อยๆ ก็เจอแต่บังเรียกซื้อมือถือบ้าง ไรบ้าง เอะ เอะ เห้ย บังมันเริ่มเยอะไปแล้วว่ะ
 
เยอะไป
 
รู้ตัวอีกทีก็เจอบังเต็มไปหมด เป็นร้อยๆ คน
 
บังกำลังซื้อหวยกันจ้าาาา
 
แถมเรียกให้เราซื้ออีก ไม่ดีมั้ง ฮ๋าๆๆ
 
คือบังแทงหวย เป็นใบๆ เหมือนบัตรรถ ไม่รู้ถูกกฏหมายไหม แต่คนเยอะระดับเหมือนยกกระถางต้นไม้แล้วเจอรังมดดำ
 
คือบังแตกฮือ เดินมาจากทุกหนทุกแห่ง
 
เราเดินอยู่กลางถนน(ที่กำลังก่อสร้าง) 
 
พลันเกิดรู้สึกว่า เห้ย นี่คือพวกพี่แทงหวยกันเฉยๆ ไม่ได้จะยกพวกตีกันช้ะ
 
แล้วหน้าพี่โหดกันมาก 
 
นี่กุหลงเข้ามาในลิตเติลอินเดียสินะ...
 
ต้องออกไปให้ได้ ขณะที่เดินไปดูแอพไป เงยมาก็ป๊ะกับพี่บังคนนึง
 
นางมองมือถือเรา แล้วพูดบางอย่าง
 
ทีแรกคิดว่านางจะปล้นกูปะวะ ปรากฏว่านางคงเห็นเรามองแผนที่ในแอพ
 
คือรู้ว่าเราหลงทางนั้นเอง
 
เราเลยบอกนางว่า นี่จะไป sentral market นางเลยบอกเดินไปสุดถนน turn left จ้า
 
เราขอบคุณแบบรู้สึดผิดสุด คือมองแค่หน้าตาไม่ได้จริงๆ 
 
เดินตามพี่บังบอก ก็เจอ sentral market จ้า
 
 
13 . Sentral Market
 
ตัวตึกภายนอกดูเก่าคร่ำครึมาก เชยสุด
 
แต่ภายในคนละอารมณ์เลย มีของแฮนด์เมด ของมีดูแสดงถึงวัฒนธรรม ประเพณี
 
ของฝากเต็มไปหมด เสียดายที่ซื้อมาจาก KL gallery และก็ ถนน Petaling street หมดแล้ว
 
เดินเล่นเท่าไหร่ก็ไม่เบื่ออ่ะ มีแต่ของน่ารัก น่าสนใจ
 
และดูท้องถิ่๊นน ท้องถิ่น
 
อยู่ที่นั่นอยู่สักชั่วโมงนึงได้ ก็เมื่อย แล้วก็ โอเค ภารกิจสำเร็จแล้ว กลับกันเถอะ
 
 
 
14. กลับบ้านกันเถอะ
 
รอบนี้มาคนเดียว และถ้าตกเครื่องจะแย่ เพราะไม่มีเงิน 55555
 
ขากลับก็ขึ้น LRT จาก Pasar Senni ไปลง KL sentral แล้วก็หาของกินที่นั่น
 
ตัดสินใจฝากท้องกับ เซเว่น เพราะว่า ไม่สามารถกินอาหารแปลกหน้าได้ กลัวเจออบเชยด้วย
 
คราวก่อนกินหนมปังมาเล ไม่ปลื้มกับใส้อย่างแรง  คราวนี้เลย เพลย์เซฟ กินช็อคแลต แปปซี่ นั่งชาร์ตแบตอยู่ใน KL Sentral
 
สถานี KL sentral นี่ใหญ่ และหรูหรากว่า สนามบิน LCCT  อีกแปดล้านเท่า 5555 มีร้านครบหมด KFC Mc ฯลฯ 
 
หลังจากนั่งพักจนหายเมื่อยแล้ว ก็ซื้อตั๋ว klia transit ไปสนามบิน เที่ยวนี้ก็เริ่มเซียนแล้ว รถไฟไปลงที่ salak tinggi แล้วต่อรถบัส เห้ย ดูเทพอ่ะ 555555