Tag: Exteen of the Dead

posted on 07 Nov 2009 13:08 by enjoy-dangnoi
 

 

ไม่รู้ว่าทันไหม เลยมาหลายวันแล้วด้วย แต่ก้อตั้งใจนะ

ฮ่าาาาาาาาาาา

ต้องแท็กต่ออีกสามคน คือ paopan พี่ชายนักเขียนการตูนสุดล่ำบึ้ก รอชมผลงานอยู่นะคร้าาาาา

สันดานจัง เพื่อนร่วมมหาลัย แต่ก้อไม่เคยพบเจอตัวเป็นสักครั้งเดียว ปล.ระวังผีนะที่สุขสบายอ่ะ

และก้อคุณนานาโกะ วุ้ววช่วงเน้กลายเป็นไรท์เตอร์ดังใหญ่แล้ววววว อิอิ

 

 

edit @ 7 Nov 2009 13:17:03 by แดงน้อย เนินกระโทก ผู้มีภูเขามาบังอยู่หน้าบ้าน..

edit @ 7 Nov 2009 13:22:42 by แดงน้อย เนินกระโทก ผู้มีภูเขามาบังอยู่หน้าบ้าน..

edit @ 7 Nov 2009 13:25:27 by แดงน้อย เนินกระโทก ผู้มีภูเขามาบังอยู่หน้าบ้าน..

หนาวหรือเหงา

posted on 05 Nov 2009 12:13 by enjoy-dangnoi

 

  กดเพลย์ซะหน่อยนะ

 

วันก่อนคุยกับเพื่อน

เพื่อนบอกว่า

บ้านมันหนาวแล้ว

เราตอบว่า เออ หนาวจิต

มันบอกว่า

หนาวหรือเหงา

  นั่นดิ

แล้วหนาวหรือเหงาอ่ะ

 

หนาวอาจจะแค่ไม่กี่เดือน

แต่เหงามันอาจจะสั้นกว่าหรือยาวกว่า

อยู่ที่เจ้าของเหงานั้น

 

เหงาของฉันมันกระจายเป็นหย่อมๆอ่ะ

เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

คลื่นความเหงาประมาณ 1.5 เมตร

ลมเหงากรรโชกแรง

พยายาอย่าเปิดเพลงเศร้า

บรรยากาศเหงาและหนาวจะเพิ่มขึ้น

พยายามหาอะไรทำที่มันจะลืมหนาว

และเหงา

 

 

 

 

 

 

 

 

แพ้หนาวว่ะ

 

เกรดออกแล้ววววววว

posted on 28 Oct 2009 13:42 by enjoy-dangnoi

เกรดออกแล้ว

 เยอะแบบน่าตกใจ

 

การเมือง......................B+ ได้เยอะเว่อๆๆอันนี้  ซีบวกก้อกรี๊สสสแ้วววว

วิจัย............................A  ฟลุ๊กก

จัดหน้า........................A    แอบหวังอันนี้เล็กน้อยยย

โฟโตฟอร์มัลติมีเดีย......A   อาจารย์ใจดีเกินไป I❤ อ.สำราญ    

 บทความ.....................A   อันนี้แอบหวังนิดๆ

EDITING......................B ไมค่อยเข้าเรียน งานก้อไม่ค่อนส่ง เสียดายยยย

 

 

       โฟโต ฟอร์มัลลติยากสุด ไม่ได้ยากมาก แค่เราไม่เคยทำ ไม่เคยเรียน ทูดี ทรีดี อิลลัส อะไรเลย กฏอะไรก้อไม่รู้จัก ดำน้ำๆสุด  ตั้แต่ถ่ายรูปเลย ปั้นมาริโอ  มันก้อเลย กากๆ เกร็งๆ  ดร๊วกๆๆ อย่างนี้

 

      เอาน่าอย่างน้อยก้อตั้งใจทำด้วยตัวเอง  แค่ไหนก้อแค่นั้นสิ เนอะๆ

 

 

 

 

 

 

 

 มันเร็วดูไม่ทันใช่มะ กลับไปอ่านตัวหนาดิ แล้วจะรู้ว่าทำไมมันเป็นแบบนี้

ชื่อนั้นสำคัญฉไนu

posted on 22 Oct 2009 21:17 by enjoy-dangnoi

       จอย แหม่ม ปุ๋ย แนน ฟ้า ออม  เมย์ พิมพ์  โบ พลอย ไอซ์ น้ำ นุ่น แพร กิ๊บ .....

        สาบานว่าคุณต้องรู้จักคนที่มีชื่อเหมือนกับข้างบนอย่างน้อยหนึ่งคนแน่ๆ ถูกไหม  ชื่อซ้ำไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้ามันเกิดซ้ำกันเยอะมากๆล่ะ

        อย่างเราตอนเด็ก เคยถามแม่ว่า

        "แม่ๆ ทำไมต้องชื่อจอยอ่ะ"

        "ก้อแม่อยากให้ลูกชื่อ จ จาน เหมือนแม่"

        "อ้าวแม่ ที่พี่สาวหนูยังไม่ จ จานเลย"

        ฮ ่าาา

        สระ -อย  เป็นสระที่สุดฮิต สระหนึ่งในบรรดาชื่อโหล  จอย ออย ปรอย บอย 

        ครั้งหนึ่ง ป้าข้างบ้านเขาเรียก "ต่ายย.."  เราอยู่บ้านข้างๆ ได้ยิน เสียง  "ต่ายยยย ยัย ยัยยย์ ย์...ง"เราก้อนึกว่าแม่เรียก เราก้อ  "จ๋าาาาาาาาาาาาา"   ซะดังเสียด้วย  จนถึงบัดนี้ยังอับอายมิหาย...

         ต่าย จอย

         ต่าย จอย

         จอย ต่าย 

         มันคล้ายกันเห็นมะ???????

         ตั้งแต่นั้นมา คนในบ้านอาจจะรู้สึกว่าเวลาเรียกจอย จะตอบช้ากว่าปกติ เพราะต้องสังเคราะห์ต้นเสียงก่อน ว่าเรียกว่าอะไร

         ในเมื่อเราดันรู้จักกับคนที่ชื่อเดียวกับเรา แถมมีกับตั้งหลายคน  ฉะนั้น เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องว่า จะเรียกไม่ผิดคน เราจึงจำกัดละติจูดลองติจูดกับด้วยคำต่อท้ายชื่อ

         ปุ๋ยดำ ปุ๋ยซีด

          บอยสิว  บอยใหญ่(ไม่รู้อะไรใหญ่)

          อีกชื่อหนึ่งที่ยังติดใจในความคิดของคนตั้งนั่นคือชื่อ "จิ๋ม"

          คนข้างบ้าน มีคนชื่อ จิ๋มที่เป็นเพศหญิง เท่านั้นไม่พอ เรายังรู้จักอีก "จิ๋ม"ที่เป็นเพศชาย

          แล้ว จิ๋ม ญ หรือ ช  น่าเกลียดกว่ากันนน  จิ๋มหญิงพอรับได้นะ แตต่ผู้ชายชื่อ จิ๋มนี่อ่ะ มันแปลกๆป่ะ

          นอกจากนั้น ยังมี คนที่ ชื่อ "แก่" แถวบ้านมี คนชื่อ แก่  หรือคุณแม่เขาเห็นว่าเด็กนี่มุนอุ้แว้ๆมาแล้วแก่เลย เลยจัดซะชื่อ แก่  นอกจากนี้ยังมี หนุ่ม  แต่หนุ่มมันก้อยังไม่แปลกไง

          สวย หล่อ อีก คำแบบนี้ก้กลายเป็นชื่อได้

          แม่เจ้าตัวต่างไม่พอใจในชื่อของตนเอง ต่างก็สรรหาคำมาทดแทนให้สวยงามไพเราะเพราะพริ้งไปตามแต่จะครีเอทกันได้  หรือไม่ก็มีเพื่อนที่แสนดีมาช่วยครีเอทอาทิ

          เขียว  ดำ แหลม

          ตอนอยู่พระปฐมเราตัวดำที่สุดในห้องเพื่อนๆเลยชอบเรียกว่า เขียว แทนชื่อ เอิ่มมม จะดีใจดีไหม  แถมพวกนั้น ยังชอบปิดไฟแล้วเรียกหาเรา ชิส์ ไม่ได้ดำขนาดนั้นซะหน่อย

          ด้วยความที่เสียงดังและโวยวายย แถมเสียงสูงอีกเพื่อนๆสุดที่รักยังนานนามกันอีกว่า  "แหลม"  ดีไม่ค่อยน่าเกลียดเท่าไหร่ถ้าเรียกในหมู่คนรู้จัก  แต่เพื่อนมันดันมาเรียกบนรถเมลล์ที่มีคนเยอะมากกเด็กเทคนิคเกือบยี่สิบคน

          "อีแหลมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม"  แหมม อยากจะระเบิดตัวเอง หรือไม่ก้อ วอให้ยานแม่มารับซะจริงๆ

          เรามักจะไม่ค่อยชอบชื่อที่เพื่อนๆตั้งให้เท่าไหร่ เรามักจะตั้งเอง ตอนเด็กคลั่งเจย์ซี มากก  เท่อ่ะ เจ๋ง บ้าอย่างแรง และช่วงนั้นก็ยังแบเบาะต่อโลกอินเตอร์เน็ทมาก เรามี อีเมลล์อยู่ที่ ไทยเมลล์เป็นอีเมลล์แรกในชีวิตตอน มอสาม  ช้าไปไหมมม

          แน่นอน เมลล์นั้น  ฮ ่าาา มันไม่ได้ชื่อเจย์ซี แต่มันชื่อ kasirasinee4@ อ่านไม่ออกอ่ะดิ  เมลล์มันชื่อ กศิรสิณีศรี  (อ่านว่า กะ  สิ ระ สิ นี สี)  ดูดีๆในอีเมลล์มันไม่มีคำว่าศรีใช่มะ มันเป็นเพราะเาให้จำนวนอักษรไม่พอ จึงต้องใส่4 แทน คำว่า ศรี เป็นคนฉลาดดด อ่ะ ฮ ่าาาาาาาาา

          หลังจากนั้นไม่นานเราก้อรู้สึกว่าโลว ต่อโลกไซเบอร์มาก เราจึงหาที่พึ่งพิงใหม่ นั่นคือ ฮอทเมลล์ แล้วใช้ชื่อ เมลล์ว่า เคเจซี   เค ยังคงมาจาก กศิรศิณีศรี  เจซี คงไม่ต้องบอก และเราก้มักจะใช้นามแฝงว่า เคเจ ตลอดด จนหลายคนก้อชอบเรียกว่า เคเจ

          ช่วงนี้เริ่มบ้าเกาหลีอย่างจริงจัง เราก็ไปสิงอยู่ที่สยามโซน และมีนามแฝงแบบน่ารักๆว่า

          "นังเห็ดสด" น่ารักไหม แต่ตอนนี้เปลี่ยนแล้ว แต่คนในสยามก็ยังเรียกว่าเห็ดอยู่ดี

          จนวันหนึ่ง ที่ไฮไฟว์ ถือกำเนิด เราไม่รู้จะตั้งชื่ออะไร เลยพิมพ์ไปว่า แดงน้อย มันเป็นชื่อของ ตุ๊กตา อินทิรา ใน เรื่อง อาญารัก ไม่มีเหตุผล  พิมพืไปมั่วๆ

          ไม่นานทุกคนก็ต่างเรียกกันว่าแดงน้อย ลืม เคเจไปหมด

          อย่างไรก้อดี ไม่ว่าจะเรียก จอย เคเจ แดงน้อย หรือเห็ด อย่างน้อย มันก็คือเราทั้งนั้นถามว่าชื่อมันสำคัญไหม  มันไม่ได้สำคัญนะ มันสำคัญที่ว่า จะจำกันได้ไหม

 

 

 

 

 

 

"แม่ๆ แล้ว ไมชื่อจริง ต้อง จ จาน อีกอ่ะ "

"แม่เปิดพจนานุกรมเจอพอดี"

"อ้าว แม่ ไหนว่ามีหลักการไง "

 

 

 

 

 

 

edit @ 27 Oct 2009 14:25:14 by แดงน้อย เนินกระโทก ผู้มีภูเขามาบังอยู่หน้าบ้าน..

เราเองตัวเล็ก คงจะช่วยโลกไม่ได้

แต่ถ้าตัวเล็กๆช่วยกัน

มันก็น่าจะช่วยได้

 

 

เราไม่ค่อยประหยัดไฟนะ

แต่เราชอบปลูกต้นไม้

มันก็ถือว่าหักล้างนะ

เราไม่ได้ทำลายอย่างเดียว

เราสร้างเพิ่มด้วย

 

 

 

 

 ตอนนี้ผลกระทบมันเริ่มมาแล้ว  ช่วยกันนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ปล.วันนี้มาอัพเพราะตั้งใจไว้ แต่สังขารไม่อำนวย เจ็บขามาก TT..TT

edit @ 21 Oct 2009 16:13:04 by แดงน้อย เนินกระโทก ผู้มีภูเขามาบังอยู่หน้าบ้าน..

 

                ตลาดนัดไร้แสงอาทิตย์ แต่ไม่ไร้น้ำใจและความฝัน ความน่าเที่ยวไม่อยู่อยู่ที่สภาพของสิ้นค้าและบริการ แต่อยู่ที่คุณค่าของสิ่งนั้น รับรองจะไม่เสียใจหากได้ลองมาสักครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

            กรุงเทพมหานครที่ไม่เคย วิถีชีวิตตอนที่ไร้แสงอาทิตย์ของผู้คน บางทีก็ช่างน่าสนุกและน่าค้นหา วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับพวกเขาให้มากขึ้น (ห๊า!! O..o)

            วันนี้เราไม่ได้จะพาไปรัชดา หรือข้าวสาร แต่จะพาสถานที่ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย นั่นนคือ สนามหลวง

                จุดมุ่งหมายแรกของการเดินทางเราคือ คลองหลอด ตลาดนัดของมือสอง แล้วก็เดินข้ามไป สนามหลวง

                ไป..เริ่มเดินทางกัน

 

                วันนั้นไม่รู้ว่าเป็นอะไร เรายืนโงกเงกรอรถเมล์อยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยฯอยู่นานพอควร อาจจะเพราะว่าค่อนข้างดึกแล้วรถเมลล์เลยน้อย เราจึงตัดสินใจใช้บริการพี่แท็กจะดีกว่า

                ไม่นานเราก็เดินทางมาถึงคลองหลอด วันนี้ตลาดดูจะคึกคักกว่าครั้งก่อนมาก อาจจะเพราะเวลานี้คงจะเป็นเวลาคล้ายๆกับเปิดตลาด

            คลองหลอดเป็นตลาดนักขายของเก่า ของมือสอง ราคาถูก ย้ำว่า ถูกจริงๆ  เป็นร้านที่แบกับดิน ขายของมือสองแทบจะทุกชนิด ไม่ว่าจะอยากได้อะไร เชื่อว่าต้องมีอย่างแน่นอน ตั้งแต่ช้อนสังกะสี ไปจนถึง รถมอเตอร์ไซด์ (อันนี้พูดจริง)

                เขาว่าของมือสองน่ะ บางทีก็เป็นของที่ได้มาซึ่งโดยวิธีที่ไม่ถูกต้องซักเท่าไหร่  แต่อย่างไรก็ดี ราคาย่อมเป็นสิ่งที่ชักจูงใจ ชาวกระเป่าแบนๆ อย่างเราไม่น้อย (แค่กลัวจะมีสิ่งไม่มีชีวิต ที่สัมผัสได้ตามมาก็เท่านั้น --..--)

                สิ่งของที่พอเห็นตามเลียบทางเดินตลอดรอบวงกลม(หรือว่ารี)ของสนามหลวงนั้นก็มีหลายประเภท ตั้งแต่ หนังสือเก่าๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าๆ เสื้อผ้าเก่าๆของเล่นเก่าๆ แต่ถึงแม้มันจะเก่าแต่บางชิ้นก็ทำให้เราหวนกลับไปนึกตอนวัยเด็ก

                ของบางชิ้นคุณค่ามันไม่ได้อยู่ที่เก่าหรือใหม่ แต่คุณค่ามันอยู่ที่ความทรงจำของเรากับของชิ้นนั้นมากกว่า คงเหมือนกับ การที่เด็กเล็กติดผ้าขนหนูนั่นแหละ ถึงแม้มันจะเน่าเพียงใด แต่ว่าเป็นของที่คุ้นเคย มันก็ดีกว่าผ้าผืนใหม่ลายการ์ตูนวอลดิสนีย์อีก

                ทุกครั้งที่มาที่นี่ เรามักจะได้ของติดตัวกลับไปสักพัก อาจจะเป็นนักสือเก่าๆ หรือกางเกงมือสอง อย่างหนังสือเก่าๆ จริงๆไม่อยากให้เรียกว่าเก่าเลย หนังสือเป็นสิ่งเดียวที่ไม่มีวันเก่า (หมายถึงคุณค่านะ)ไม่มีวันเชย เมื่อใดที่ได้เปิด อ่าน เราจะรู้ถึงความสดของมันอยู่เสมอ ต่างกันที่ เขาก็สดในเวลานั้นมากกว่า และบางเล่มนี่ก็แสนถูก  อย่างน้อยสะสมหนังสือเอาไว้ก็คงดีกว่าสะสมปืนปากกาเนอะ

                นอกจากร้านขายของมือสองแล้ว สนามหลวงยังเป็นเวทีด้วย มีหลายคนที่จงใจมาไม่ได้มาเพื่อขาย แต่มาเพื่อสนุก อย่างชายคนหนึ่งเขามาเพื่อประลองหมาฮอส แม้จะมีเงิน 200 ของเราเป็นตัวประกันก็เถอะ มันเป็นการทำเพื่อความสุขของเขามากกว่า เขาบอกว่า ถ้าชนะเขาได้ เราจะได้จากเขาอีก 200 รวมเป็น 400 ซึ่งฝีมืออย่างเราๆนี่เล่นไปก็รู้อยู่แล้วว่าแพ้แน่ๆ

 

 

                บางทีถ้าการเดินตามความฝัน โดยที่ไม่มีเงินทองเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ เชื่อว่า ตอนนี้หลายๆคนบนโลก อาจจะไม่เป็นแบบนี้ แต่โลกสอนให้เรารู้ว่า เงินทองเป็นของนอกกายที่ต้องหาเก็บไว้ให้ได้มากที่สุด ผู้คนจึงหันไปหาเงินทอง จนบางครั้งหลงลืมไปว่าเราเคยฝันอะไร อยากทำอะไร

                นี่สมศรี เธอโตขึ้นเธออยากเป็นอะไร

                เราอยากเป็นแม่ค้าขายของมือสอง

                ทุกที(บางที)ชีวิตมันไม่ได้เป็นไปตามความฝันเรา แต่ความฝันมันเป็นสิ่งที่ผลักดันให้ชีวิตมุ่งไปอย่างมีความสุขมากกว่า แม้ยังไม่รู้ว่า ความฝันจะมาถึงเมื่อไหร่

                เหมือนกับผู้ชายที่เล่นหมากฮอสคนนั้น เขาต้องการเงิน และก็ตอบสนองความชอบ เงินสำคัญต่อเขานะ ความฝันก็สำคัญ

                เขา เท่ ที่สุดในสนามหลวงเลยแหละ

                โอยย..ดราม่า จัง กดเปลี่ยนโหมก่อน ตื๊ด..

                ของแปลกๆ ที่นี่ก้อมีขายนะ (ไม่ใช่ความฝันหรอก ) ขายหมา??? มีคนมาขายหมาที่สนามหลวง แถมเป็นหมาบ้านๆนี่แหละ แต่ดูหน้าตาและขนอาจจะมีลูกเสี้ยวนิดหน่อย แถมยังเป็นหมาลูกอ่อนอีก มองดูแล้วละเหี่ยใจมากที่หมาน้อยผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ต้องมาตกเป็นเครื่องมือในกลไกการเงินของแม่ค้าคนนั้น เราคงทำอะไรไม่ได้นอกจากสงสาร (อ่ะ ไหน่ว่าไม่ดราม่าไง)

                นอกจากของมือสองแล้ว ตามฟุตบาธยังมีของกินประปราย ตั้งแต่ผลไม้ไปจนถึงก๋วยจั๊บ กลิ่นหอมยั่วยวนเป็นอย่างยิ่ง ข้าวโพดคลุกน้ำตาล โอ้...ของโปรดเลย แต่ เราไม่มีมือถือ เพราะในมือเราถือมือถืออยู่

                มือถือที่ราคา 100 บาท (อ่านว่า หนึ่งร้อยบาทถ้วน) เป็นโนเกียรุ่นเก่าๆจอขาวดำ แถมตอนซื้อมาไม่มีแบตเตอรี่อีก ลุงคนขายบอก

                ขายตามสภาพน้อง

                เราเลยได้มาแบบไม่ต้องต่อ เดินยิ้มมาตลอดทาง ได้แต่หวังว่า คงไม่แถมสิ่งไม่มีชีวิตที่สัมผัสได้มาด้วยนะ

                จบทริปนี้แบบห้วนๆ แต่หากใครอยากไปนี่ ให้ชวนผู้ใหญ่ หรือเพื่อนผู้ชายไปด้วยก็ดี โลกที่ไร้แสงอาทิตย์บางทีมันก็น่ากลัวกว่าที่เราคิด คนดีมีเยอะ แต่คนเลวก็มีเยอะพอๆกับคนดี   และอย่าลืมเอาไฟฉายไปด้วยน้า..เพราะว่ามันจะไม่ค่อยสว่างสักเท่าไหร่ ถ้าตาไม่ดี อาจจะได้เสื้อสีม่วงมา แทนที่จะสีดำ

                ตาดีได้ตาร้ายเสียเน้อ..

                สนุกกับการเดินทาง แล้วอย่าลืมตามหาฝันไปด้วยและกัน

 

ดราม่าทีวี

posted on 08 Oct 2009 09:00 by enjoy-dangnoi

 

            เมื่อคืนใครดูรายการตาสว่างบ้างยกมือขึ้น ถ้าใครไม่ดูนี่รีบไปดูย้อนหลังซะ แล้วคุณจะรู้ว่าชีวิตดราม่าน่ะมันมีจริงๆ นะ จะบอกให้....

                ในสื่อทีวี มักจะสร้างรายการที่กระชากอารมณ์คนดู โดยการสร้างเหตุการร์มาคุ บรรยากาศอึมครึม ตลอดจนจัดฉากเถียงกันซะอย่างนั้น เพื่อดึงเรทติ้ง ยิ่งมีคนด่าเยอะเท่าไหร่ เรทติ้งยิ่งดีเท่านั้น

 

 

                หากใครเป็นแฟนรายการ ตี10 คงเคยได้ชมเรื่องชายสติไม่ดี ที่เก็บขยะขาย เพื่อฝากเงินวันละ 20 บทเพื่อเก็บไว้ผ่าตัดหัวใจของผู้เป็นแม่ เนื้อเรื่องดูเป็นดราม่าเลยนะ โห...เศร้ามาก ต้องเก็บขยะ แถมยังสติไม่ดีอีก มีคนกลั่นแกล้ง แต่รายการกลับไม่ได้นำเสนอในรูปแบบนั้น กลับพากย์เสียงให้คนดูตลก ซะงั้น ดูแล้วขัดหูขัดตาเป็นอย่างยิ่ง

                ที่สำคัญกว่านั้น ยังมีการยังเอาแม่เค้าไปซ่อน ให้ชายสติไม่ดีคนนั้นร้องไห้ เอ้าดราม่ากันเข้าไป  ตี10 คงกำลังสนุกกับการล้อเล่นกับอารมณ์ทั้งคนเล่นและคนดู ไม่นาน เว็ปบอร์ดใหญ่ระดับประเทศ ขึ้นกระทู้หรา

                ตี 10 เป็นอะไร เนี่ยยย??

                ผมว่ารายการตี10 นี่เริ่มจะตลกร้ายแล้วนะครับ

                นี่แหละค่ะ ผลตอบรับที่ ตี 10 ต้องการ feedback เยอะเกินคาด

                เมื่อคืนยังเจอรายการแบบดราม่าๆอีกในรายการตาสว่าง  ส่วนตัวแล้วค่อนข้างชอบรายการนี้ เพราะมั่นใจในตัวพิธีกรอย่างคุณสัญญา ถึงแม้จะมี  2 เสือ น้าเน็ก กับเจ้อ้น มาค่อยปั่นป่วนก็เถอะ แต่เมื่อวานนี้สุดเอือมจริงๆ

 

 

                วันนี้จะมีคณะกลองยาวพิสดารมาโชว์ สักพักก็ดราม่าตั้งแต่ช่วงที่น้าเน็กเถียงกับเจ้อ้นศรีพรรณเลย ว่าเจ๋งยังไง ไม่รู้ว่าสคริปต์หรือเปล่า แต่ถ้ามีสริปต์จริงเนี่ย ติดต่อไปเล่นละคร หรือถ่ายหนังสักเรื่องไหม เนียนมาก

                และแล้วลางร้ายก็ปรากฏ ตั้งแต่สายผ้าที่คากกลอง ขาดแล้ว ขาดอีก เราก็แอบนึกว่าวันนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆเลย วงกลองยาวนั้นประกอบด้วยลุงแก่ๆเป้นหัวหน้าและลูกวงนับ 10 ซึ่งเป็นเครือญาติของแกเองนั่นแหละ ลูกบ้าง ลูกเขยบ้าง หลานบ้าง จับมาเล่น แล้วที่เล่นน่ะ โหดๆทั้งนั้น กระโดดผ่านห่วงมีด ห่วงไฟ ทับเศษแก้ว เอาอิฐบล็อกทุบหัวให้แตก (ให้อิฐแตกนะ ไม่ใช่หัวแตก แต่อาจจะโนนิดหน่อย เล็กน้อยถึงปานกลาง) แล้วที่ดราม่าสุด เป็นการโหม่งทุเรียน

                โอ้วววว..โหม่งทีเรียนลุงคิดได้ไงเนี่ยยย??  ทีเรียนนะลุงไม่ใช่ตะกร้อ โหม่งตะกร้อทียังมันไป 38 วินาทีเลย นี่โหม่งทุเรียน ไม่อยากจะคิด แล้วพอพิธีกรถาม เคยแตกไหม ลูกเขย ( คนที่โหม่งทุเรียนแกเป็นลูกเขยของลุง คาดว่า แกไม่ยอมใช้สายเลือดตัวเองเพราะอาจจะกลัวว่า โหม่งมากอาจติ๊งต๊องไปได้ )

                เคยพลาดไหมครับ ลูกยินดีไหมครับที่ทำแบบนี้ เคยหัวแตกไหมครับ พิธีกรถาม

                ไม่เคย ลุงตอบคำถามทั้งหมด ทั้งที่ไม่ได้เล่นเองเอาเซ่ --..--  ดราม่ามากลุง  ไม่เคยแตก ไม่เคยเจ็บ แน่ดิ ลุงไม่ได้เล่นเองนี่ (หรือไม่แน่ลุงแกอาจจะกำลังซ้อมโหม่งขนุนอยู่เพราะลูกใหญ่กว่า)

                ลุงตอบแทนทุกคนที่ต้องเล่นเสี่ยงอันตราย ไม่แตกครับ ส่วนตาคนที่กำลังจะดหม่งทุเรียนน่ะหรอ หน้านี่ซีดเป็นไก่ต้มปะดินสะพองเลยทีเดียว คงนึกในใจ โอ้ววมายกระบาล

                ไม่แตกครับ ใช่ ตอนโหม่งที่ไม่แตกน่ะไม่ใช่หัวลุงแล้วก็ไม่ใช่ทุเรียนด้วย (ก็มันมาแตกเพราะแรง g ที่โหม่งแล้วตกสู่พื้นโลกต่างหาก) แต่ที่แตก คือ หัวของลูกเขย (คาดว่าตอนนี้ลุงอาจจะระเบิดตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว ว่าไงลุง ไหนว่าไม่แตกไง?

                ซีดกันทั้งรายการเลย ดราม่า เลย อิลุงคงอยากจะหายไปในความเงียบพร้อมกับทีมงานทุกคน หนังจากที่ลูกเขยลุงหายไปแล้ว  เพราะเลือดแดดอาบหัวหลังจากโหม่งทุเรียน เอ่อ..แล้วถ้าหมอถามนี่จะตอบว่าอะไรดีเนี่ย

                คะ..คือ..ผมไปโหม่งทุเรียนมาครับ

            นี่แหละ ดราม่าทีวี(ไทย) หลังจากลูกเขยลุงหัวแตก ขอเปลี่ยนช่องดีกว่า เราไม่อยากดูไก่ต้ม ใครดูเล่าให้ฟังบ้างว่าช่วงต่อไปอ่ะ ซีดไหม ดราม่าป่ะ

                หวังว่าป่านนี้ลุงแกอาจจะลองซ้อมโหม่งผลไม้สักชนิดอยู่ ที่มันฮาร์ดคอนิดนุง ได้ไม่ต้องใช้ลูกหลานแกมาเผชิญกับอะไรแบบนี้ ไม่แน่อาจจะต้องส่งลุงไปอยู่กับพี่โทนี่จา สัก 2 ปี ลุงแกอาจจะอยาก เล่นเอง เจ็บเอง ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทนน

                แล้วลุงก็จะตะโกนว่า

                ช้างกูอยู่ไหนนนนนนนนนนนนนน...

               

 

               

ใกล้เส็ดแล้ววววววววว

posted on 02 Oct 2009 12:13 by enjoy-dangnoi

 

 ช่วงนี้ยุ่งๆ ทำหลายอย่างในชีวิตมาก

นั่นนี่โน่นน

 

วันก่อนพี่ใบพัดมาเป็นวิทยากรที่มอ สนุกมากเลย เด๋วไว้เอนทรี่หน้าจะเล่าให้ฟัง

เอนทรี่นี้ มาปล่อยของ

เป็นอะไรไม่รู้อยากปล่อย ฮ่ าาา ทั้งที่ยังเสร็จ สงสัยเหนื่อยย

งานนี้ทำส่งอาจารย์ นิตยสาร 24 หน้า แต่ดันเพลิน ทำไปซะ 30 กว่าหน้า

แต่สนุกมากงานชิ้นนี้

 

ดูไม่ได้ ไปดูที่นี่น้าา   จิ้มมเบาๆ


ข้อมูลส่วนใหญ่ก้อเอามาจากบุคคลดังๆในบล็อคเป็นส่วนใหญ่

-ขอบพระคุณมากเลย ขอโทษด้วยที่แอบเอาไปโดยไม่ขอก่อน

-พี่บองเต่า

-พี่วิชัย

-พี่เผ่า

-พี่แป้นน

 

ขอบพระคุณนะคร๊าาา  อย่าโกรธ หนูเลย ถือว่า ทำเพื่่อการศึกษาน้าา ปิ๊งๆ

 

ส่วนเนื้อหานั้น หลายคอลัมน์ เป็นงานที่เขียนเอง ส่วนของท่านอื่น เราให้เคตรดิต ค่ะ  ไปทำต่อและฟิ้วว

 

 

 

ปล.ตอนนี้รอรูปจากคุณเผ่าอยู่ ก็เหลือ ปก และก็มี 3 หน้า หวังว่าจะเส็ดในเร็ววันนี้  

ปล.2 ขอบพระคุณ และขอโทษอีกครั้งง

edit @ 2 Oct 2009 12:23:19 by แดงน้อย เนินกระโทก ผู้มีภูเขามาบังอยู่หน้าบ้าน..

เกิดอะไรขึ้น

posted on 22 Sep 2009 23:52 by enjoy-dangnoi

ช่วงนี้มันมีอะไรแปลกๆอ่ะ

 

เราก้อเข้าบล็อกเราเองบ่อยนะ

 

แต่มันคงไม่ขนาด 699 ครั้ง ต่อ 1 วัน

 

 

แอร๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

 

 

จะ บ้าหรอ ชั้นมานงรีเฟรช 699 ครั้ง ใน 1 วัน ฮ ่าาา

 

โคตรว่างอ่ะ

 

 

งงกับ

 

มันเป็นไปไม่ได้ ที่เมื่อวาน จะมีคนเข้ามา  699 คน

 

ฮ ่าาาาาาาาาาาา

 

 

ทั้ง งง  ทั้ง ฮา

 

 ติด ฮอต ก็ไม่ใช่

 

จะว่าเราเข้าบ่อย มันก้อคงเยอะเกินไป ว่าแต่ มันเกิดอะไรขึ้น โอ้วววววววววววววววว

 

 

แต่ก้อแอบดีใจ

 

ฮ่ าาา

 

 

 

 

*อัพไร้สาระว่ะ

edit @ 23 Sep 2009 01:59:28 by แดงน้อย เนินกระโทก ผู้มีภูเขามาบังอยู่หน้าบ้าน..

ภาพของผม – ภาพของเรา

posted on 17 Sep 2009 12:15 by enjoy-dangnoi

ภาพของผม ภาพของเราทุกคน

images by uppicweb.com

 

 

 

 

 

                ความฝัน?+ ความหวัง มันก็แค่แยกไม่ออกหรอก อาจจะ เป็น ภาพเลือนราง? หรือ ความพยายามนี่แหละ

                หากเส้นชัยของชีวิตคือ ความฝัน  เราทุกคนคงกำลังอยู่บนลู่วิ่งที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ เพราะนอกจากโลกแล้ว ไม่มีดาวดวงในมีสิ่งมีชีวิต(ที่พิสูจน์ได้) เช่นเดียวกันที่ลู่วิ่งรอบกรอบสี่เหลี่ยมนั้น มีจุดเริ่มต้นที่ไม่เท่ากัน บางคนได้ลู่ที่ดูเหมือนจะนำคนอื่นอีกแปดเท่าตัว กับบางคนที่อยู่ในตำแหน่งที่ล้าหลังที่สุด แต่อย่างไรก็ดี เมื่อสียงปืนดังขึ้นหลังจากที่เราโก่งก้นนั้น  ความเหลื่อมล้ำเริ่มจะหายไป แท้จริงแล้วทุกคนต้องวิ่งในระยะทางที่เท่ากัน(คงเทียบกับชีวิตคนชีวิตหนึ่งและจุดมุ่งหมายที่เหมือนกันนั่นคือ ความฝัน  ต่างกันก็แค่ จุดเริ่มต้น กับ ความพยายามเท่านั้นเอง

          จะมีกี่คนที่จะไปถึงเส้นชัย หากเป็นการแข่งขันกรีฑาจริงๆ ทุกคนต้องไปถึงเส้นชัย อยู่ที่ว่ามันจะต่างกันกี่วินาที จะมีใครทำลายสถิติไหม ก็คล้ายกับชีวิตคนเรา ทุกคนมีความฝัน แต่ก็ไม่ใช่ว่า ทุกคนจะไปถึงฝัน ละ การไปไม่ถึงฝัน ใช่ว่า จะไม่ประสบความสำเร็จ นักเขียนท่าหนึ่งเคยบอกว่า ภูเขาในชีวิตมันไม่ได้มีลูกเดียว เมื่อผ่านลูกนี้ไปแล้ว มันยังมีลูกเล็กลูกใหญ่อีกมากมาย  มันมีภูเขาลูกสุดท้ายอยู่จริง แต่นั่นก็เป็นเพียงภูเขาในโลกอุดมคติเท่านั้น  ระหว่างทางเราอาจจะพบอะไรมากกว่า การตามหา  (บางที่อะไรเล็กๆข้างทางของเราอาจจะเป็นภูเขาลูกใหญ่ในอุดมคติของคนอื่นก็เป็นได้)

                ความฝันคือ แรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต แม้ในชีวิตจริงสิ่งที่สังคมสอนเรามันจะเป็น เงิน มากกว่า  ความฝัน ก็เถอะ ดูคล้ายๆเป็นภาพเลือนรางที่เราพยายามเพ่งตามอง เป็นภาพที่สวยงามที่สุดในชีวิต(ของคนที่มีความฝันเป็นของตัวเองแล้ว)

          แต่ก็ยังมีบางคนที่กำลังตามหาฝันของเขา เช่นตัวเอกของเรื่องนี้กำลังเป็นอยู่ ภาพที่สวยงามอยู่ที่ใด? ความฝันอยู่ที่ไหน?  ถ้าเหนื่อยเราจะทำอย่างไร? ล้มลงหรือไปต่อดี?

 

          คุณมีภาพในฝันหรือเปล่า?  ภาพคุณเป็นอย่างไร?


                ในขณะที่สังคมกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ติดลบ ความฝัน ถูกลดคุณค่าลง เงินทอง เข้ามาเป็นสิ่งทดแทน ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ถือกำเนิดขึ้นและคาดว่าจะไม่สูญพันธุ์ไปไหนง่ายๆ จนกว่าเราจะเลิกให้ เงิน นำหน้าชีวิต

                ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ไม่รู้ว่าสำนวนนี้จะตรงกับที่ผู้สร้างคิดไว้หรือเปล่า แต่ภาพหนึ่งเกิดขึ้น คงคล้ายๆกับการเสียดสีสังคมแบบที่ได้กล่าวไปข้างต้นแหละ ในเมื่อหยุดสังคมไม่ได้ ก็คงต้องตามให้ทัน แต่ก็กลับกลายเป็น ความเห็นแก่ตัวในที่สุดยังไม่นับรวมตัวแปรสังคมเด่นๆ อย่าง เหา เห็บ หมัด (โลน) ตัวสุดท้ายอาจะเกี่ยวน้อยหน่อย สัตว์ที่กำจัดยาก ดูเหมือนจะหาย  แต่ก็ไม่เคยหายไป คงต้องรอ Big Bang ครั้งหน้า แล้ว ทุกอย่างคงจะสงบสุข(กว่านี้)

                ภาพหนัง หยิบ เอาความต้องการ ลึกๆของมนุษย์ นั่นคือ การตามหาความฝัน   มาเล่นกับ ความโหดร้ายของสังคม  สังคมสีเหลืองอมน้ำตาล ที่มีเขม่าควันบังตาอยู่ จนบางครั้งตาอักเสบก็มี
                ส่วนหากตัวเอกเป็นคน คงต้องเป็นพระเอกปากหวานจากละครช่อง 7 สักเรื่อง  ที่เอ่ยชมความงามของนางเอกเรื่อยไป
แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้อลบซะทีเดียว บางทีการทำปากหวาน มันก็ทำให้เราปลอดภัยและสามารถยืนตรงอยู่ได้ในบางสถานการณ์ ถ้าไม่โดนใครผลัก หรือถีบซะก่อน

                ปากหวาน คงเป็นตัวแปรหนึ่งที่สำคัญในสังคม อาจจะเป็น ปากหวานก้นเปรี้ยว ก็ไม่น่าผิด แต่ก็อย่าเปรี้ยวมาก เปรี้ยวนิดหวานหน่อยเหมือนเวลาสั่งส้มตำไทยน่าจะกำลังดี ถ้าหวานไปจะกลายเป็น สตรอเบอรี่ มากกว่า  อีกมุมหนึ่ง ตัวเอก ก็คงเป็นตัวแทนของความพยายามในการตามหาฝัน ซึ่งเขาก็ต้องแลกความฝัน ด้วยสิ่งๆหนึ่ง เช่นกัน และหวังว่า ในชีวิตจริงเราก็คงต้องทำเหมือนเขา (แลกกับอะไรอ่ะ เงินหรอ ฝันกินไม่ได้นะ ฝากธนาคารไม่ได้ดอกด้วย)

                นอกจากเนื้อหา ด้านภาพ หากมองจากคนที่ไม่มีความรู้ด้านงานกราฟิกสักเท่าไหร่ ก็อดชื่นชมกับ มุมกล้องไม่ได้ มีการใช้มุมกล้องที่ค่อนข้างหลากหลาย อย่างฉาก ที่กล้องมุมต่ำ ถ่ายย้อนขึ้นไปถึงตัวละครที่กำลังวิ่งอยู่ อาจจะต้องการแสดงให้เห็นว่า เราเป็นใหญ่ในความฝันของตัวเองที่สุด  อีกปัญหานึ่งมีพบในงานอนิเมชั่นเสมอคงเป็น ภาพไม่ตรงกับเสียง

                แต่หลังจากหนังจบ สิ่งหนึ่งที่คิด กลับเป็น อ้าว..หลอกให้ดูซีกดาร์คซะนาน พอมาสีขาว กำลังเคลิ้มเลย อ้าวว..จบ!.  หรือผู้สร้างอาจจะจงใจให้เราคิดว่า ความสุข อาจจะอยู่กับเราไม่นานก็เป็นได้

                ความพยายามเท่านั้นที่จะอยู่กับเราตลอดไป (ความฝันกระซิบมาบอก)

 

 

                ความฝัน?+ ความหวัง มันก็แค่แยกไม่ออกหรอก อาจจะ เป็น ภาพเลือนราง หรือ ความพยายามนี่แหละ

 

 

*ขอบคุณเจ้าของผลงาน mr_paopan

edit @ 7 Oct 2009 12:33:35 by แดงน้อย เนินกระโทก ผู้มีภูเขามาบังอยู่หน้าบ้าน..

Favourites