1 เดือน ผ่านไป....

posted on 12 Oct 2011 18:12 by enjoy-dangnoi
(เอนทรี่นี้ยาว มีหลายอาเจนด้า)
 
12  ก.ย. คือวันที่แดงน้อยมาทำงานที่นี่เป็นวันแรก
 
วันนี้วันที่ 
 
12 ต.ค. แปลว่า แดงน้อยได้ทำงานผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว
 
สถานะ
 
เบลอ โหลดดิ้ง  
 
ยังไม่ได้จางหายไปแต่อย่างใด
 
ด้วยสันดานแล้วเป็นคนไม่ค่อยอะเลิ๊ท และความสามารถในการตีซี้คนค่อนข้างต่ำ
 
หรือจะต่ำมาก ฮาาา  มันไม่ใช่แดงคนที่เฮฮาบ้าบออยู่กับป้าอ้อย หรือใครต่อใคร
 
ไม่ใช่คนที่บ้าเกาหลี กรี๊ดกร๊าดดด ชูป้ายไฟ  
 
มันกลับกลายเป็น แดงคนที่ เงียบ อึน  ฮาา  ซึ่งก็ไม่รู้ทำไม
 
งานที่ผ่านมาที่ได้ทำ ก็จะเป็นออกไปข้างนอกไปรู้จักผู้คน
 
ซึ่งก็รู้จัก (แต่ผู้คนนั้นไม่แน่ใจ)
 
ฮาาา...
 
อาจจะจริงๆแล้วเป็นคนขี้อาย
 
อุ้ย พูดไปแล้วใครจะเชื่อวะ ก็มึงเคยวิ่งไปกรี๊ดดงบังหน้าดุสิตข้างถนน 
 
จนคนบนรถเมล์ตกใจมากแล้ว
 
แล้วก็เป็นคนเดียวกับที่ไปยืนร้องไห้ เพราะอิยงมันชี้มาที่เรา 
 
55555555
 
ดูโคตรกล้าแสดงออก
 
ใช่
 
คือคนเดียวกับที่ตอนมัธยมเคยประกวดพูดสุนทรพจน์
 
เป็นประธานนักเรียน
 
ประกวดมารยาทไทย (ดูไม่ค่อยเกี่ยว)
 
เป็นดีเจตอนมอปลาย
 
คนเดียวกันหมดเลย
 
อีแดงน้อย
 
......
 
จริงๆ เราไม่ได้โหลดดิ้งมาก เพียงแต่ว่าการทำงานในคลาส กับของจริงมันไม่เหมือนกันเลย
 
เราไม่รู้อะไรเลย
 
ไม่จริงๆ
 
ต้องบอกว่า ไม่รู้เหี้ยยยยยยยยย....อะไรเลย ฮาา จะเหมาะกว่า
 
และที่เรากลัวที่สุดคือ การจำชื่อคน!
 
เป็นคนที่มีทักษะการจำต่ำมากถึงมากที่สุด
 
ตอนขึ้นปี 1 เคยเล่นเกมส์ที่ต่อชื่อ
 
อีแดงตายตั้งแต่ชื่อที่ 2
 
ถ้าจำไม่ผิด คนแรกชื่อ แมงมุม คนที่สองชื่อ ป่าน  
 
555
 
คือถ้าคนๆ นั้นไม่มีเอกลักษณ์อะไรที่สามารถแสดงออกมาในครั้งแรกที่เจอกัน
 
จะจำไม่ได้(เลย)
 
เราเชื่อว่าคนเรามันจะจำอะไร มันจะต้องมีมากกว่าการบอกว่า
 
อ้ะ นี่สมยวงนะ  อ้ะคนนี้ สมหมายนะ  ส่วนนั้น  ยวงฤดี อะไรแบบนี้
 
 
ด่านแรก
 
จำชื่อคน
 
สถานะ - สอบตก 
 
พี่หนูแดง พี่อุ๋ย พี่เดียร์  สถานะสมองซีรีบัรมขนาดเท่าก้อนขี้แมลงวัน จำได้ สามชื่อ 555
 
แบบแม่นๆเลยนะ
 
เพราะว่า นั่นคือ บอกอ หัวหน้า และพี่เลี้ยง  นี่ไง มันมีสตอรี่ เราก็จำได้
 
แล้วเราก็ต้องรู้จักพี่ๆ ที่โต๊ะ อีก 10+ คน ซึ่ง...
 
เอิบ อยากบอกว่าตอนแรกจำไม่ได้เลยครับ
 
ที่เกรียนกว่านั้นคือ 
 
ต้องแอบฟังเวลาพี่ข้างๆ เรียกกัน แล้วจดในสมุด
 
อาทิ
 
พี่โอ๋ นั่งตรงข้าม
 
พี่เฝือ  ห๋าา ชืื่่ออะไรนะ พรื๋อ หรือ เฝือ  555
 
นอกจากเพี้ยนด้านการจำแล้ว การฟังยังแย่อีก
 
ก็พี่เค้าชื่อแปลกนี่หว่า...
 
แล้วก็มี อยู่ตอนนึงครับ
 
ในสมองรอยหยักน้อยจนแทบจะเหยียดเป็นเส้นตรงของเรา
 
บันทึกไว้คร่าวๆว่า คนนี้พี่ไก่ (ยังไม่ได้จำบุคลิกที่โดดเด่น รู้แต่มีคนชี้ไป นี่คือพี่ไก่)
 
และพี่นก (เช่นเดียวกัน มีคนชี้ไปว่านี่พี่นก)
 
นอกจากทั้งสองชื่อนี้ จะมีความหมายเป็นสัตว์ปีกเหมือนกันแล้ว
 
ซีรีบรัมส่วนน้อยของข้าพเจ้า ยังสับสนว่า นี่คือใคร พี่ไก่ หรือ พี่นก
 
5555 
 
เพราะว่าแอบมีบางอย่างที่คล้ายกัน
 
ในขณะนั้น 
 
 
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงง
 
ชิบหายย
 
 
โทรศัพท์ที่โต๊ะดัง  
 
พี่คนที่นั่งข้างๆ (พี่นก)  ทำงานอยู่
 
 
"ฮาโหล ขอเรียนสายพี่ไก่ค่ะ "
 
"อ้อ สักครู่ค่าาา"  เราตอบ
 
แล้วก็พูดว่า
 
"พี่ไก่โทรสับค่าาาาาา"  โดยหันไปทางพี่นก
 
1 รอบผ่านไป  พี่เค้านิ่งวุ้ยย
 
ชิบหอย
 
งานเข้า
 
อีกรอบแล้วกัน
 
"พี่ไก่โทรศัพท์ค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา"
 
"พี่ไก่โทรศัพท์ค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา"
 
 
ชัดเลย  
 
 
"พี่ไก่อยู่ตรงโน่น"  เสียงพี่นกหันมาอย่างช้าๆ แบบสโลวโมชั่น
 
ฮาาาาาาาาาาาาาาาาา
 
หนูไม่ได้ตั้งจายยยยยยยยยยยย
 
อยากจะกราบสามหน งามๆ แบบที่ได้เรียนมา
 
 
 
 
นี่คือโครงร่างคร่าวๆ 
 
 
 
 
 
งงมะ  ว่าทำไมหน้าเหมือนกัน
 
 
5555 ก็บอกว่าซีบรัมส่วนที่จำรายละเอียดมีน้อย ได้แค่นี้ล่ะ  55
 
 
 
 
 
ด่านสอง
 
โหลดดิ้ง
 
 
"ก็หนูไม่รู้นี่หว่าาาา"
 
 
คำพูดนี้ลอยอยู่ในหัวทุกครั้งที่มีคนถามอะไร  
 
 
55555
 
บางทีแบบ เห้ยย อย่ามาถามนะ อย่านะ อย่านะ  ...
 
 
คือเราไม่รู้อะไรเลยจริงๆ ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่
 
 
เราเบลอ
 
ทุกคนคงจะชิน กับการที่ ถามอย่าง
 
แล้วได้คำตอบอีกอย่าง  
 
 
55555555555555
 
แต่หนูไว้ใจได้นะ
 
หนูโหลดดิ้ง แต่หนูก็พยายามเก็บข้อมูล ลองฟรอบปี้ดิส แผ่นน้อยอยู่
 
โห้ยย ความจุน้อยมาก  55
 
ตอนนี้ก็จะภาวนาให้ตัวเอง อะเลิทขึ้น
 
เรายังไม่ค่อยชินกับระบบที่ต้องคิดอะไรล่วงหน้า วางแผนล่วงหน้า
 
ก็ระบบอุดมศึกษา มันสอนให้หนูเผางานนี่นา...
 
นี่ โทษ...ซะ
 
หวังว่า อาการโหลดดิ้ง จะบรรเทาลง
 
แต่ก็คงไม่หายขาด
 
อยากจะบอกว่าทุกอย่างที่นี่ไม่มีอะไร ที่เคยรู้มาก่อนเลย
 
ไม่รู้ว่า หมายคืออะไรวะ
 
แล้วพรุ่งนี้ต้องทำไรวะ
 
 
อ่อ ที่ฮาคือ
 
ช่วงแรก บอกอบอกให้ใส่กระโปรงครับ
 
อีแดงน้อยเหมือนครูไหวใจร้ายเลยยยยยยยยย
 
ฮาสาดดดดดดดดดดด
 
ไปงานนอกที ก็ได้แต่คิดว่า ไม่มีใครรู้จักกูหรอกกกกกกกกกกกกก 
 
555
 
โคตรจะไม่เป็นตัวของตัวเองเลย
 
แต่ตอนนี้เริ่มบรรเทาแล้ว
 
กำลังทำให้ความเกรียนสมดุล
 
 
 
ที่โมโหตัวเองอีกอย่างนึงคือ
 
ทำไมกูดูแปลกปลอมในหมูนักข่าววะ
 
วาย....
 
คือ ตอนนี้มีเพื่อน  1 คนที่เป็นนักข่าว
 
แล้วยังไม่มีเบอร์ด้วย
 
ทำไมกุเป็นคนงี้แว๊.............
 
มันไม่กล้าทำความรู้จักใครอ้ะ
 
มันไม่ใช่สไตล์ฉัน
 
 
"เฮ้ เกิล  ว้อด โย เนม เบ เบ่"
 
ยินดีที่ได้รู้จัก คำนับๆๆๆๆ
 
 
ไม่ใช่สไตล์กูเล้ยยยยยยยยยยยยย
 
แน่นอนว่าหนึ่งคนที่มีอยู่ เขามาทักก่อนน
 
เป็นไง เท่ไหม
 
 
แต่พีอาร์นี่ก็รู้จักพอสมควร
 
ก็เค้ามีเป้าหมายให้รู้จักพีอาร์นี่หว่าา
 
55555555555555555555555
 
เราทำถูกนะ
 
(ยังไม่รู้ตัว)
 
 
............
 
 
หนึ่งเดือนนี้ จำพี่ในโต๊ะได้ทุกคนแล้ว
 
เย้เฮ
 
 
ก็จะพยายามทำงานให้ดีที่สุดฮะ
 
 
ไฟต์เต้งงงงงงงงงงงงงงงงง  !!
 
 
ยังไงก็อยู่จนกว่าเขาจะไม่ให้อยู่ล่ะ  
 
 
555555555555
 
 
 
 
 
มาที่สภาวะทางด้านจิตใจ
 
 
จากที่แม่งเคยอยู่กับเพื่อนทุกวัน
 
กินข้าว เที่ยว
 
กินเหล้า
 
แล้วมาวันนี้ มันต้องทำทุกอย่าง
 
 
ไม่สิ ยังไม่มีกินเหล้าคนเดียว คงเปลี่ยวเกินนน
 
55555555555
 
 
เหงามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก............
 
 
มากจนทำให้มันคิดถึงว่าที่ผ่านมาเรามีความสุขกับอะไรบ้าง
 
อยู่กับใครแล้วมีความสุขบ้าง
 
แล้วมึงมาเสือกคิดได้อะไรตอนนี้ เขาไปไหนแล้ว
 
คล้ายจะไม่ทัน จะกลับไปบอกก็กลัววุ้ยย
 
เพื่อนแม่งก็เชียร์ให้บอก
 
เห้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
 
 
โอสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
 
 
มันไม่ใช่สไตล์ของแดงเข้าใจม้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย...............
 
 
ช่างเถอะ แค่บ่น
 
 
แค่เหงา อีแดงทนได้ย่ะ
 
 
ยังมีผู้ชายใ้ห้มองเพลินๆ อีกตั้งหลายคน  
 
 
555555555555555
 
 
 
เออ พูดถึงผู้ชาย  
 
 
วันที่ไปสัมมนาที่ออฟฟิศ  มีปู้ชาย วงเล็บช่างภาพ
 
 
คนหนึ่งมาทำการหยามเกียรติแดงน้อยด้วยการบอกว่า
 
"สู้ป่าววววววววว"
 
 
แหมมม
 
 
มีหรือจะยอม สรุป แดกไป n แก้ว
 
 
เมาจิตเจิดแตกซ่านน แทบคลานกลับ
 
ที่สำคัญ
 
 
นั่งร้องไห้
 
 
คือแบบ ถึงจุดๆ นึง น้ำตาจะไหลพราก  คือมันก็ไม่ได้มีอะไรเศร้าหอยดองอะไรเล้ยยย
 
 
แต่ว่า มันเริ่มไหล แล้ว เสือกหยุดไม่ได้
 
อีพี่คนนั้น วงเล็บ ช่างภาพก็มาถามว่าเป็นไรด้วยวุ้ยย
 
 
อยากจะบอกว่า กุไม่ได้เป็นร้ายยยยยยยยยยยยยยยยยย
 
 
กุเซ้นซิทีฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ขั้นรุนแรวงงงงงงงงงงงงงงง  กล้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
 
เท่านั้นเอ๊งงงงงงงงง!!
 
 
แอมโซฟลาย  (โซไฟน์)
 
ย่ะ
 
 
 
ปล.หลังจากวันนั้นยังไม่เจอพี่คนนั้นอีกเลย  55555555
 
 
มาที่ผู้ชายอีกคน  
 
 
เอ่อ  กลัวเขาจะมาเจอว่ะ
 
 
ชื่อพี่หมอฟ้า
 
 
 
55555555
 
แต่หนูไม่ได้รักแบบอยากเป็นแฟน แค่กรี๊ดเฉยๆ
 
หมอฟ้า เป็น มือกีตาร์ วงทาเคชิ แบนด์ ซึ่งน่ารักอ้ะ
 
เก่งด้วย หล่อด้วย 
 
หึหึ
 
แต่ตอนนี้แลเขาจะกลัวแดง
 
ต้องเก็บอาการนิดหน่อยซะแล้วกุ
 
แม้จำทำยากสักหน่อยเพราะความหล่อจะยั่วใจมาก
 
แอร๊วววววววววววววววววว...............
 
พอและ เด๋วเขามาเจอแล้ว จะฮาครากกกกกกกกกกกกก....
 
 
 
...........
 
 
 
 
 
ช่างเถอะ  ยาวไปแล้วมั้ง
 
ก็ไม่ได้อัพนานนี่นา กลัวคนคิดถึง
 
อยากบอกว่า ตอนนี้ก็มีความสุขดี
 
ไม่ต้องเป็นห่วง บ้านน้ำท่วมด้วย นิดหน่อย
 
เทคแคร์ ทุกคนที่ไม่ลืมแดง
 
แดงก็ไม่ลืมคุณ
 
ซารังเฮโยววววววววววววววววววววววววววววว  !!
 
 

edit @ 12 Oct 2011 19:59:36 by แดงน้อย เนินกระโทก ผู้มีภูเขามาบังอยู่หน้าบ้าน..

รายงานสด วันที่ 0 รีดผ้า?!

posted on 11 Sep 2011 17:47 by enjoy-dangnoi
วันนี้คือวันสุดท้ายที่จะว่างงาน!
 
ถูกแล้วค่ะฟังไม่ผิด
 
หลายคนสงสัย เอ้าอีนี่มึงจบแล้วหรอ ฮ่าๆๆ
 
ตอนนี้ทีสิตสำเร็จแล้วค่ะ
 
http://issuu.com/dangnoi4/docs/bbantathai
 
ว่างๆก็ไปดูกัน ออกตัวไว้ก่อนเลย ว่า คอลัมน์คาแร็คเตอร์นั้น เอามาจากตอนที่ไปฝึกงานที่ happening แล้วไปขอรูปนักเขียนเขามาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ลง ซึ่งป่านนี้ข้าพเจ้าคงโดนด่าอยู่ ว่ามันเอารูปกูมาแล้วไม่ลงทั้งที
 
มันก็เป็นความผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อยฮะ ก็เลยจับมายำรวมลงในนี้ซะเลย
 
ผิดพลาดอะไรก็ขออภัยมา ณ ที่นี้
 
ปล.ไม่ได้ทำขายเน้อ
 
มาว่าต่อกันที่เรื่องงานฮะ
 
หลังจากจัดหน้าทีสิตได้ไปสัก 80% ก็มีรุ่นพี่เรียกไปสัมภาษณ์ นิตยสารท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง
 
แล้วก็ให้เราลองทำงานดู ก็ไปเที่ยวเกาะเกร็ดมา 8 ชั่วโมง เดินไม่มีหยุดทั้งวัน
 
แล้วก็เขียนส่ง ให้เราลองจัดหน้าด้วย เพราะวันสัมเราบอกว่าจัดได้ ก็จัด ก็แก้กันไป
 
สรุป ช่วงที่ไม่รู้ผล
 
ก็มีพี่มาแนะนำให้ไป นสพ มีชื่อเล่มหนึ่ง
 
แล้วก็ไปสัมมาวันนั้นก็ห่อเหี่ยวสุดยอด
 
เพราะว่ารู้สึกว่านำเสนอตัวเองได้ไม่ดี
 
แบบว่า ดูเป็นเด็กเอ๋อๆ หงอๆ ติ๊งต๊อง
 
แล้วก็เหี่ยวมาก จนแทบใช่ชีวิตไม่ได้
 
 
สรุปว่า ได้ เพราะเค้าเห็นว่าเราเกาหลี (ไม่ใช่หน้าตานะ แต่เป็นความถนัด)
 
แล้ววันพรุ่งนี้ก็ไปทำงานวันแรก
 
อ้อ ลืมบอกไปว่าพอ รู้ว่าได้ที่ นสพ ปุ๊บ นิตยสารท่องเที่ยวเล่มนั้นก็บอกว่า ให้ลองสมัครที่อื่น -.-
 
เราก็โอเคจ้ะ
 
  แล้ววันนี้ก็ต้องมานั่งรีดผ้า ไม่ได้รีดจริงจังแบบนี้มานานมาก
 
ตอนเรียนนิเทศไม่ค่อยใส่ชุด นศ รีดก็แค่ตัวสองตัว
 
 
พรุ่งนี้ตื่นเต้นจัง ไม่รู้จะเจออะไรบ้าง
 
แต่ตั้งใจว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด
 
แล้วจะมาเล่าใหม่
 
 

ผจญภัยวันแม่

posted on 12 Aug 2011 16:28 by enjoy-dangnoi

 

เส้นทางวันเม่ วันนี้ 15.20 ออกเดินทาง

เป้าหมาย ร้านขายดอกไม้ที่หน้าโรงงาน

ระยะทาง 1 กิโลเมตร ไม่พบการมาขายของร้านนั้น

แวะ 7-11  เพราะ ดันฉุกคิดว่า 7 น่าจะมีทุกอย่าง

เดินวนอยู่สองรอบ

ไม่มีอะไรที่จะเกี่ยวกับวันแม่เลย

เปลี่ยนเป้าหมายไปที่ หมู่บ้าศุภมงคล 1

ระยะทาง 2 กิโลเมตร

ฝนเริ่มลงเม็ดหนาแน่น ถึงหมูบ้านศุภมงคล

ตรวจไม่พบร้านขายดอกไม้ในระยะการมองเห็น

เปลี่ยนเป้าหมายไปที่ ตลาดนัดหน้าวัด

ระยะทาง 2.5 กิลโลเมตร

ฝนตก ลมแรง ถึงที่หมาย

พบว่า พวงมาลัยดอกมะลิพวงละ 20

ดีดราคาไปถึง 50 บาท

ประเด็นคือต้องซื้อสองพวงให้แม่และน้า

เหงื่อตก เปียก เหนื่อย แพง

แต่ทำไปด้วยรักนะฮะ

ขี่รถกลับบ้านเปียกชุ่ม

แต่ยังยิ้มได้

^_^

คุณสมจิตรเท่แมกซ์!

posted on 05 Aug 2011 18:32 by enjoy-dangnoi
ฉันรู้จักกับคนสมจิตรมา 20 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ช่วง หกโมงเย็นของวันเงินเดือนออก
 
ดูมีอันจะกินเนอะ
 
ตอนนั้นฉันก็ยังไม่รู้จักสมจิตรมากนัก สมจิตรพูดอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ ฉันจำไม่ได้หรอก
 
ฟังก็ไม่รู้เรื่อง แต่ก็รู้สึกดีทุกครั้งที่มีสมจิตรอยู่ข้างๆ
 
ตอนนั้น ฉันหนัก 3 โล แปดแหน่ะ ตัวใหญ่บักเบิ้ม
 
มีคนเล่าว่า อยู่รพ ก็เป็นขาใหญ่ แหกปากไม่หยุด
 
ฉันรู้สึกภูมิใจมาก (ยืดอก)
 
 
 
มีอีกอย่างหนึ่ง เขยิบเข้ามาใกล้ๆ
 
แม่ฉันผิดปกติอยู่อย่างหนึ่ง
 
เขาเรียกกันว่า "นมยักษ์"  (เป็นความเชื่อของคนโบราณ ว่าคนที่เป็นลูกจะไม่ยอมกินนม หรือไม่ก็เห็นแล้วก็จะร้องไห้ หรือไม่ก็กินแล้วจะไม่สบาย  มันเป็นความเชื่อของคนโบราณ  ดังนั้นพี่ทั้งสองของเราเลยไม่ได้กินนมจากกแม่เลย)
 
แต่แม่บอกฉันว่า  "กินนมยักษ์  จะได้โตแข็งแรง"
 
ฉันเลยเป็นลูกคนเดียวที่ได้กินนมแม่
 
โดยไม่เป็นอะไรเลย
 
สมบุกสมบันมาตั้งแต่เด็ก
 
ผ่านมา 7 วัน
 
ฉันยังแข็งแรงดี
 
แต่แม่ เป็นไส้ติ่ง
 
แน่นอนว่าแม่ต้องไปผ่าตัด ขนาดนี้ฉันนอนอุแว้อยู่บ้าน
 
แน่นอนว่าหลังจากนั้น ฉันก็ไม่ได้ดื่มนมแม่อีกเลย
 
เพราะว่าหมอห้าม เนื่องจากแม่กินยาเยอะ
 
 
ฉันเป็นลูกคนเดียวที่ได้กินนมแม่ แต่ก็ได้แค่ 7 วัน
 
หรือ จะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยกันไว้ก็ไม่รู้
 
อันนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะ
 
 
ฉันโตมาด้วยนมกระป๋องตลอดมา...
 
ฉันไม่ได้ไม่พูดถึงพ่อเพราะว่า เอนทรี่นี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับแม่
 
แต่เป็นเพราะว่า ฉันไม่ได้อยู่กับพ่อตั้งแต่ ขวบกว่าๆ
 
ดังนั้น แม่ของฉันก็เลยเป็นทั้ง แม่ ทั้งพ่อ ทั้งอา ทั้งปู่ ทั้งย่า ด้วย เนื่องจากฉันไม่เคยใกล้ชิดญาติฝั่งพ่อเลย
 
ฉันโตมาเรื่อยๆ...
 
ฉันสนิทกับแม่มาก (หลังจากที่เริ่มคุยรู้เรื่องแล้ว)
 
สนิทแบบว่าคุยได้ทุกเรื่อง และฉันก็เป็นลูกมือคุณสมจิตรในทุกเรื่อง
 
คุณสมจิตรชอบงานเย็บปักถักร้อยมาก
 
เธอทำมาทุกอย่าง ถักโครเชร ทำเสื้อ ทำหมอน ทำผ้าพันคอ
 
ทำหมอนฟักทอง กระเป๋าลูกปัด เย็บเสื้อผ้า มีช่วงนึงที่รับตัดปะเสื้อผ้าด้วย
 
แต่ที่ชอบที่สุดก็คงจะเป็นปลูกต้นไม้
 
เพราะว่าบ้านฉันขายต้นไม้
 
ต้นไม้
 
 
จึงเต็มบ้านไปหมด
 
ตอนเด็กๆ ที่บ้านเรามีไก่ด้วย เป็นไก่ของปู่ (จริงๆเป็นตา แต่ว่าไม่มีเพื่อนเรียกตา ก็เลยเรียกปู่)
 
กลางวันแดดร้อนมาก
 
ต้นเทียนที่แม่ปลูกไว้วันก็เหี่ยวแบบกองไปกับพื้น เพราะว่ามันเป็นพืชอวบน้ำ
 
มันก็เหี่ยวทุกวัน
 
แม่ก็บอกว่า ทำไมไม่ดูแล ไม่ให้ไก่มานอน
 
แม่คิดว่าไก่มานอน
 
เราบอกว่า มันไม่ได้มา
 
แม่ก็ไม่เชื่อ
 
จนวันที่แม่หยุด
 
ฮ่าาา
 
 
ก็มันเหี่ยวจริงๆ
 
 
มีอีกครั้งหนึ่งแม่ให้เราไปเก็บผ้าที่ตากไว้
 
ราวเป็นไม้ไผ่
 
เราตัวเตี้ย
 
ก็เลยต้องแบบปีนๆ เขย่งๆ
 
มือก็ไปพาดกับไม้ไผ่
 
แล้วพอดี๊
 
แมลงภู่ ที่มันชอบทำรังในไม้ไผ่ มันก็ต่อยจึ้กกกกกกกกก
 
แม่บอกเราเอานิ้ว แหย่
 
 
หนูเปล่าจริงๆนะ แม่
 
ครั้งที่เด็ดสุด เป็นครั้งที่เราไปยืบแม็คคนข้างบ้าน
 
แล้วเรา ดันพลาดไปแม็คมือตัวเอง
 
ฮ่าา
 
 
เราฉลาด
 
แล้วแม่ก็ว่าเราใหญ่เลย
 
ว่าจะทำยังไงล่ะนี่
 
แม่คิดว่า มันจะเหมือนแม็คกระดาษแบบที่ ปลายจะงอ
 
ตกใจเป็นเรื่องใหญ่มาก
 
แล้วเราก็ดึงออกไป จบข่าว
 
โดนบ่นไปสองวัน
 
 
แม่เป็นคนที่ห่วงลูกมาก
 
แม้กระทั่งสิว
 
ฉันชอบแกะสิวมาก
 
และแม่ก็จะบ่นเป็นจริงเป็นจัง
 
แม่ไม่เข้าใจ
 
 
 
หลายครั้งที่ฉันนั่งทำงานพอกหางหมู แม่จะเป็นคนเดียวที่คอยเข้าใจและจะดูแลฉันเป็นพิเศษ
 
ยิ่งเป็นวันที่ทำงานหนักที่ไม่ใช่ของเราคนเดียว ฉันจะแบกรับความเครียดไว้มากมาย
 
ก็จะมีแม่คอยช่วยตลอด
 
 
รักแม่ค่ะ!
 

edit @ 12 Aug 2011 09:35:53 by แดงน้อย เนินกระโทก ผู้มีภูเขามาบังอยู่หน้าบ้าน..

ชื่อเรื่อง มันไม่เกี่ยวกับเรื่องที่จะบอกหรอก ฮ่าๆๆ
 
 
ไม่ได้อัพมานานนมมากโข...
 
 
เลยมาอัพเดตสถานภาพตอนนี้
 
 
ยังเป็นเด็กที่เรียนไม่จบ อยู่ในระหว่างทำทีสิต
 
 
ตอนนี้ย้ายรกรากกลับมาอยู่ที่บ้านอย่างถาวรแล้ว
 
 
แล้วก็พบว่า การอยู่ที่นี่ต้องต่อสู้ด้วยกันหลายอย่าง
 
 
ต่อสู้กับ ตัวเอง ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ ร่างกายมันอยากนอนมากๆ เอาเป็นว่า ตื่นมา 7.00 เพราะแม่ปลุก ให้ไปรดน้ำต้นไม้
 
หลังจากนั้นช่วง 11-16  มันจะง่วงมาก ง่วงแบบว่า อยากเอาหัวไปวางกับพื้นนิ่มๆสักที่ แล้วปิดหลังตาลง...อา..สบายจัง
 
 
 
 
ต่อสู้กับ อินเตอร์เน็ต ที่บ้าน มีเน็ตเร็วปานสายฟ้าฟาดลงยอดต้นตาล 
 
 
เพราะฉะนั้นวันๆก็ไม่เป็นอันทำอะไร นั่งดูคลิป เล่นโน่น เล่นนี่ไป  หมดวัน....หมดอาทิตย์....หมดเดือน....หมดไตรมาส...
 
งานก็ยังไม่เดิน ไม่สิ ตอนนี้มันหลับไหลแน่นิ่งเป็นปลาพันธุ์ดีที่ถูกสต๊าบเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์
 
 
ต่อสู้กับ ทีวี ที่บ้านมีทีวีที่อยู่ห่างกับโต๊ะคอมเพียง 40 เซ็นติเมตร ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไร ทีสีก็มักจะถูกเปิดอยู่เสมอ
 
เปิดจานแดงดูก็เพลินใช่ย่อย  อ๊าา ช่อง 64 ที่เกาหลี อ๊า  ช่อง 56 ละครเรื่องนั้นกำลังติดเลย...
 
 
ต่อสู้กับ ขี้ปากเอฟวรี่บอดี้  เรียนจบยัง จบเมื่อไหร่  ถามกันอยู่ได้ทุกวี่ทุกวันจนเริ่มรำคานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  จนมันกลายเป็นความเบื่อหน่าย อยากตะโกนใส่หน้าว่า หนูจบแล้วน้าจะรวยขึ้นหรอคะ หรือ ที่กูยังไม่จบคิดว่า กุเสียผมประโยชน์คนเดียว มึงก็เสียด้วยหรือเนี่ย....
 
ทำเสื้อสกรีนใส่เลยไหม "ยังไม่จบ ทำทีสิตอยู่ อย่าเสือกมากได้ไหม?"
 
 
ต่อสู้กับ กลไกของงาน การแกะเทป แม่งโคตรน่าเบื่อลเยครับ  ยิ่งถ้าอิเทปนั้นมันยาว 2 ชั่วโมง  ความอดทนในการแกะมันจะมีน้อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
เชื่อไหม มีเทป 2 ชั่วโมงอยู่สองไฟล์  เดือนนึงแล้ว ยังไม่ได้แกะเลย ฮาา
 
เราไม่ได้ขี้เกียจนะ แต่เราขยาดแบบไม่อยากจะแตะต้องมันเลย ขยาดมากๆ
 
 
ต่อสู้กับ สภาพอากาศ  ดีนะที่ช่วงนี้อากาศร้อนน้อยลง หรือว่าร่างกายดันปรรับตัวได้ซะแล้ว เอาน่ะ แต่ว่าร้อนน้อยลงจริงๆ
 
 
ร้อน ... โหวร้อนว่ะ ใครจะทำงานได้
ร้อนนิดๆ...โอย เหงื่ออกหลัง เหนียวตัวแบบนี้ใครจะทำได้
อากาศปานกลาง....(ลืมไปสนิทเรื่องร้อนเย็น มือจับเมาส์ดูคลิปเกาหลีเพลินๆ)
ลมเย็น....อา...ลอยหน้ารับลม อาา วันนี้ลมเรยจังเลยย หันกลับมาเล่นเฟสบุก คลิกๆๆๆๆ
หนาว....โหยย หนาวแบบนี้ก็ต้องนอนสิ  (ดึงผ้านวมปิดคอ)
ฝนตก...(เน็ตทีโอทีมักหลุด) เน็ตไม่มี ทำงานได้ยังไงเล่า โมโห ฟึดฟัด ตบเข่าดังฉาดด ..โวยวายๆๆ
 
 
สรุปก็ไม่ต้องกันหรอกเนอะ งานน่ะ.... -*-
 
 
ยอมรับเลยว่าช่วงนี้ใช้ชีวิตไร้สาระ อย่างยิ่งยวด
 
ใครพอจะมีวิธีกระตุ้นแรงบันดาลใจ หรือ ช่วยเอาถาดสังกะสี มาตบกบาลให้ตื่นซะที
 
ตบเองไม่รู้สึกแล้ว ด้านชามากๆ
 
นี่ถ้า ขี้เกียจแล้วสูงขึ้นนะ ป่านนี้สูงทะลุหลังคาแล้ว 
 
 
เรี่ยวแรงในการทำงานเขาหาซื้อกันที่ไหน  อยากได้ซักแกลอน
 
วัคซีนแอนตี้ความขี้เกียจ เข็มละเท่าไหร่
 
 
 
 
จะฉีด เข้าเส้นให้มันไหลเวียนแทนเลือดเลย
 
 
วันนี้อยากจะแกะ 2 ชั่วโมงนั้นให้เสร็จ ทายสิจะทำได้ไหมม
 
 
ช่วยพูดหน่อยดิ  ว่าหน้าอย่างนี้ทำไมได้หรอก  อยากเอาชนะ ฮ่าา 
 
 
 
*โปรดติดตามตอนต่อไป*
ข้อดีก็มีนะ แต่ส่วนมากมันเป็นการแถเอามากกว่า ฮาา
 
แม่พูดอยู่ตลอดว่า  เลิกเถอะลูก
 
หนูว่าติดนักร้องก็คล้ายๆติดบุหรี่นะ
 
บางแว๊ปนึกจะเลิกก็เลิกได้
 
แต่บางคราวมันก็ติดหนึบ สลัดไม่ไปสักที
 
ช่วงนี้เป็นช่วงของการจ่ายเงินฮะ
 
หลายคนคิดว่า  เราจะเปลืองตังเสียกับวงเกาหลี แค่บัตรคอนมันไม่จริงฮะ
 
เรายังมี แท่งไฟ(ของแฟน- ของค่าย)  แฟนกู๊ด(ของที่แฟนทำขายทั้งในและต่างประเทศ)  ออฟฟิชอล กู๊ด (ของลิขสิทธิ์ ของค่ายเพลง)  โฟโตบุกยั่วน้ำลายทั้งหลายแหล่ ซีดี-ดีวีดี(ลิมิเต็ดอีดิชั่นมากมาย)
 
อย่างซีดีที่จะออก วงดังๆ ก็จะออกอย่างน้อย 2 ปกฮะ เรียกว่า A B บางวง ก็ถึง C นอกจากนั้น บางวงจะออกเป็น Limited edition+photobook(บางอันแพงมาก-แพงน้อย ถูกๆไม่มีฮะ)  หลังจากเพลงดังมากๆ แล้ว ภายหลังจะมีการออก repackage อีกรอบ
 
 
นอกจากนั้นยังมีของ กระจุกกระจิกสารพัดอย่าง พัด พวงกุญแก ที่ห้อยมือถือ ยูเอสบี ถุงกระดาษ  กระเป๋า เสื้อ ดินสอ  ยางลบ ไม้บรรทัด ที่รองเม้า กรอบมือถือ ไปจนถึงไพ่
 
ยังไม่หมดฮะ ขั้นตอนการไปคอนแต่ละ ครั้ง จะมีขั้นตอนตามนี้(สำหรับตัวเอง)
  1. หนึ่งถึงสองเดือนก่อนซื้บัตร บริโภคอาหารประเภทมาม่า และอาหารต้นทุนต่ำเป็นหลัก
  2. เงินจะครบพอดี หรือเกือบจะครบช่วงซื้อบัตรพอดี ซึ่งจิตจะหลุดมาก ขั้นตอนการซื้อบัตรจะต่างกันไปตามความดังของแต่ละวง บางวง หมดช้า บางวงหมดเร็ว (อย่างวงล่าสุดที่พรีเซล ไปเมื่อวาน จิ้มกันหมดภายใน 10 นาที โชคดีที่ทัน)  ขั้นตอนนี้จะเกร็งในช่วงท้องมาก  แม้ตัวคุณจะครบแล้ว ก็ใช่ว่าคุณจะจิ้มบัตรทัน(ในกรณีวงดัง) เราเองเคยนั่งร้องไห้ในกรณีนี้มาแล้ว 555  ต้องมีดวงด้วย  ราคาที่เคยซื้อมาก็มีตั้งแต่  800-5000  บาท  วงไหนมีคอนสองวันก็เหงื่อแตก
  3. หลังจากจิ้มบัตรได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือรอ จริงๆไม่หรอก ช่วงนี้เป็นช่วงเตรียมของและเตรียมตัว ของที่จะเตรียมได้แก่ แท่งไฟของศิลปิน อาจะเป็นแท่งไฟของแท้ หรือแฟนเมด ซึ่งราคาก็ตกอันละ 120-600 บาท  สิ่งต่อมาที่ขาดไม่ได้ คือผ้าเชียร์ อาจจะเป็นผ้าปัก หรือว่า ผ้าเพ้นท์ แล้วแต่ มีสองแบบเหมือนกัน คือแฟนเมดกับของแท้ ราคา 150-650 ยังไม่เคยเจอแพงกว่านี้ และอีกหนึ่งสิ่งที่จะทำช่วงนี้คือ การซ้อมอังกอร์
    อังกอร์ - ไม่ใช่ ละครทางช่อง 7 ที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเสือ แต่เป็นการตะโกน โค๊ดเชียร์ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  เพราะไม่งั้นเวลาเห็นศิลปินเราก็จะตะโกนกันมั่ว กรี๊ดปอดแหกจนฟังเพลงแทบไม่รู้เรื่อง แล้วยังแสดงถึงพลังความสามัคคีของแฟนคลับด้วย สิ่งที่ตะโกน อาจเป็นชื่อ หรือว่า ท่อนเพลง คำใดคำหนึ่งแล้วแต่ทางแฟนที่เกาจะคิดกันมา เราก็ตามเค้าไป ตัวอย่าง http://youtu.be/0XTtqEObcuA?hd=1
  4. หลังจากทั้งของ ทั้งตัวเอง(อังกอร์ได้)แล้ว ก็ใกล้ถึงวันคอน  สิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมคือ  เงิน สำหรับตามศิลปิน และซื้อของหน้าคอน(ของกระจุ๊กกระจิ๊ก) และของที่ระลึกคอน ออฟฟิตชอล ซึ่งส่วนมากแพงหู(ตา จมูก ปาก)ฉี่ มากๆๆๆๆ  แต่ก็อยากเก็บชิมิ
  5. วันศิลปินมา ถ้าเป็นวงรักมาก ก็จำ "ตาม"  การตามก็คือการเสียตังเช่ารถตามทุกที่ที่ศิลปินไป ตั้งแต่ลงจากเครื่อง บางทีต้องกินโน่นกินนี่ เสียจุ๊กจิ๊กเยอะมาก วงไหนใครตามเยอะก็โอกาสเจอน้อย เห็นจังๆน้อย เคยตามวงไม่ดังครั้งนึง ได้จับมือด้วย แต่ตอนนี้ดังและ 55  การตาม เสียค่ารถตั้งแต่ 250-1000 (ค่ารถ+ค่ากิน) ขั้นตอนนี้ทุกคนต้องใช้ความสามาถด้านการวิ่ง เพราะว่า เราต้องพร้อมวิ่งทุกเมื่อ และมักจะถูกการ์ดหลอกประจำ555+  (ปล.นอกเหนือจากนั้นคือ ค่าป้ายเชียร์ ป้ายชื่อ ที่เอาไว้ถือ ลองนึกภาพออกไหม ที่เป็นรูปนักร้องแปะฟิวเจ้อบอร์ด หรือเป็นตัวหนังสือ)
  6. และแล้ววันคอนก็มาถึง คนส่วนมากจะหมดแรงเพราะว่า วิ่งตามศิลปินเมื่อคืน วันนี้จะเป็นการตักตวงความสุขล้วนๆ หากใครอยู่ในหลุมบัตรยืน โชคดีหน่อยอาจจะได้จับมือ และก็ยังมีธรรมเนียมนึงที่นิยม นั่นคือ การโยนของจากข้างล่างขึ้นไปให้ศิลปิน มีหลายอย่าง ตั้งแต่ตุ๊กตา ป้ายเชียร์ ผ้าเชียร์ ของขวัญ ลูกบอล ลูกโป่ง สารพัดที่จะโยนได้ โชคดีอีกนิด ศิงปินอาจหยิบไปเล่น ก็ภูมิใจกันไป
  7. คอนจบ ก็ไปตามต่อ ซ้ำๆๆ ไปกินข้าวเราก็ไป ไปโรงแรมก็ไปรอ ไปนวดก็ไปเฝ้า ส่วนถ้ามีคอน2 วันจะไม่ตาม(สำหรับตัวเอง) เพราะว่าต้องไปนอนรอ(อันนี้ไม่ได้เว่อร์) แต่เป็นแบบนี้จริงๆ เราเคยไปประมาณเที่ยงคืน คนนอนกันเกลื่อน ตรงประตูเข้าบัตรยืน ถ้าชัวร์ๆ ออกคอนวันแรกก็นั่งรอเลย ได้อยู่หน้าแน่ๆ เกาะรั้วแน่ๆ คอนเฟิม
  8. ภารกิจวันที่สองซึ่งบัตรยืนส่วนใหญ่ก็จะนอนเกือกแถวทางเข้านั่นแหละที่พื้นนั่นแหละ เอาแรงไว้เต้นในคอน ความสุขมันอยู่ที่โมเมนต์ที่เค้าสบตา เค้าเดินผ่าน และขนลุกกับอังกอร์ ที่ดังมาก และซึ้งใจถึงขั้นน้ำตาไหลกับเพลงซึ้ง(บ้ามากดุจว่าฟังออก 5555)
  9. และจบลงด้วยการไปส่งที่สนามบินถ้ากลับเลย (ถ้าไม่หมดแรงซะก่อน)

จบภารกิจ 

เมื่อวานเพิ่งได้ยินอาจารย์ที่เคารพท่านหนึ่งพูดเกี่ยวกับ วัตถุนิยม  มันมาแป๊บเดียว อย่าไปหลงกับมัน

แต่หนูกลับคิดว่า ถ้าหนูไม่หลงตอนนี้ก็ไม่รู้จะหลง ตอนไหน และการที่ทำแบบนี้ก็ไม่ได้เดือดร้อนใคร

มันก็ WIN-WIN ทั้งคู่  ไม่รู้เด็กคนอื่นเป็นยังไง แต่เราไม่เคยขอตังแม่สักที  บัตร 5000 เราก็แกลบเอา

นานหน่อยก็ได้ อย่าหาว่าเด็กบ้าเกาหลีเสียไปทุกเรื่อง  บางคนเต้นประกวดได้ตังมากมาย บางคนชอบ

จนเรียนภาษาเป็นเรื่องเป็นราว มันแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน อย่าเอาตัวเองไปตัดสินคนอื่น

หนังสือออกแล้ว

posted on 18 Feb 2011 12:55 by enjoy-dangnoi
สวัสดีค่ะ หนูเอง  แน่จิก็บล็อกเธอแล้วจะเป็นใคร
แหมม วันนี้มาอัพบล็อกรู้สึกจะเขินเป็นพิเศษ  เนื่องจาก
 
นิตยสารของหนูมันออกแล้วค่ะ
 
"เพลิน  เพลิน" ออกแล้ว
 
นิตยสารที่เราซุ่มทำกันกว่า 3 เดือน
มีทั้งความเหนื่อย ล้า จน(อันนี้ไม่ค่อยเกี่ยว)  แต่ก็สนุกมากๆ
 
ย้อนกลับไปสามเดือนที่แล้ว หนูกับเพื่อน 8 คนนั่งคุยกันว่าหนังสือเราจะชื่ออะไรดี
 
"เพลิน"  ชื่อเดียวที่ผุดมาในเวลานั้น
 
 
เราเป็นนิตยสารบันเทิง-ศิลปะ 
มีเฉพาะเรื่องราวบันเทิงและศิลปะ ซึ่งเราก็พยายามจำกัดไม่ให้หลุดกรอบที่ตั้งไว้
 
หลายคนอาจจะสงสัย ว่าอาจารย์บังคับหรือเปล่า
 
วิชานี้เป็นวิชาผลิตนิตยสาร ที่อิสระที่สุดในโลก
 
อาจารย์ไม่เข้ามาก้าวก่าย แม้แต่แนวของหนัง รูปแบบหนังสือ ปล่อยให้นักเรียนได้ลองคิดเอง ทำเอง ทุกขั้นตอน
 
ดีนะไม่มีหนังสือพระ
 
กลุ่มเราส่ง "เพลิน" เข้าประกวดกับ อีก 2 กลุ่มที่เหลือ "ฟุ้งสาร"  และ "มุงหลังคา"
 
ใครจะมาตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษกัน ใช่มะ  55
 
"เพลิน" ตกรอบแรก   เพราะดันมีคนคิดก่อนเรา
 
เราเลยกลับไปคิดสามวัน(ไม่หรอก จริงๆแล้วตอบเดี๋ยวนั้นเลย)  ว่างั้นเราเป็น  "เพลิน เพลิน"
 
มันมาจากศัพท์ติดปากของพวกเรา อาทิเหตุการณ์นี้
 
แบบเวลาเดินแล้วเจอหนุ่มสาวกอดคอกัน เพื่อนภามทำผู้หญิงมันไม่หวงตัวเลยแว๊
 
เราเลยตอบว่า มันก็คง "เพลิน เพลิน" ล่ะมั้ง  ตั้งแต่นั้นมา เจอโน่นนี่อะไร มันก็ติดคำว่า เพลิน  ตลอด
 
ยังนึกอยู่เลยว่าทำไมชื่อแรกไม่เอา "เพลิน เพลิน"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปกหน้า  แคลช
 
ปกหลัง  จิ๊กซอว์การ์ตูน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หลังจากนั้นพวกเราก็มาระดมสมองอันน้อยนิดของพวกเรา ว่าใครอยากจะคุยกับใคร อยากจะทำอะไร แต่ให้อยู่ในกรอบบันเทิงศิลปะ
 
โดยมี เพื่อนจ๋อม เป็นบก.บห.    และหนู ดำรงตำแหน่ง  บก.  (ได้มาได้ยังไง)  นอกจากนั้นแล้วฉันยังควบฝ่ายศิลปกรรมด้วย 
 
ผ่านระยะเวลาที่ทั้งเหนื่อยและสนุกของเรา เดินทางไปหาคนโน้นคนนี้ คุยกับคนดัง แกะเทป เขียน แก้ไข จัดหน้า ส่งโรงพิมพ์ เราทำกันเองทุกขั้นตอนจริงๆ
 
หนูไม่รู้ว่านิตยสารเล่มนี้  มันจะจับจด แบบที่อาจารย์ บอกไหม  หนูไม่ได้ใจเจตนาของอาจารย์นัก
 
แต่หนูรู้ว่า  หนูโคตรจะทุ่มเท ตั้งใจทำมันเลย
 
ตอนนี้มันออกมาแล้ว  จะว่าเว่อร์ก็ได้ ตอนที่เห็นครั้งแรก มันตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เหมือนได้เห็นหน้าลูก
มันมีความสุขมากๆ
 
 
และอยากจะให้ทุกคนได้อ่าน
 
 
 
 
 

Thanks: gclub
 
 
 

สิ่งหนึ่งที่อยากจะขอโทษก็คือ ปกหลังที่เห็น ไปหยิบเอาภาพการ์ตูน ของคนดังหลายท่านมารวม หวังว่าจะไม่โกรธหนู ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อน ขอกราบขอบคุณไว้ณที่นี้ (หลายรูปนำจากตอนที่ฝึกงานอยู่ happening ที่จะรวมเป็น 20 คาแร็กเตอร์การ์ตูนไทย แต่สุดท้าย ไม่ได้ออก เพราะเหตุผลบางประการ)
 
 
 
ส่วนใครที่อยากได้ ตอนนี้ นอกเหนือจาก บุคคลกิติมศักดิ์ที่หนู EMS ไปหาแล้ว ใครที่อยากได้หนูจะส่งให้ฟรีค่ะ  ส่งที่อยู่มาได้เลย (ไม่ต้องกลัวว่าหนูจะเสียค่าส่งนะคะ หนูจะส่งโดยมหาลัยค่ะ) 
 

 
มีอยู่ทั้งหมด 10 เล่มนะคะ ใครส่งมาก่อน หนูส่งให้ก่อน  (เป็นหนังสือส่วนที่เป็นของหนูเองค่ะ)
 
 
 
 
อยากให้ได้อ่านจริงๆค่ะ  จริงๆหน้าปกราคาเล่มละ 20 บาทค่ะ รายได้ทั้งหมดจะนำไปมอบให้กับโครงการของทางมหาลัยค่ะ ปีที่แล้วก็มีสอนน้องล้างมือ สอนน้องแปรงฟัน สอนน้องปลูกต้นไม้ ส่วนปีนี้ ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไร
 
 
 
ปล.ขอโทษรูปด้วยนะ 
 
ปล.2 ถ้าใครรอยากได้ นัดเจอกันที่งานหนังสือได้นะคะ มีอีก ประมาณ 10 อยากได้ก็ส่งที่อยู่มาเลยนะคะ อยากให้ได้อ่านกันจริงๆ โดนเฉพาะคนที่อ่านบล็อกหนูอยู่  ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ


edit @ 22 Feb 2011 22:37:09 by แดงน้อย เนินกระโทก ผู้มีภูเขามาบังอยู่หน้าบ้าน..

จับจดแปลว่าอะไร หนูไม่เคยรู้
 
เมื่อวันศุกร์  อาจารย์ว่า นิตยสารหนู มันน่าจะเปลี่ยนเป็นนิตยสารจับจด
 
ไปค้นความหมายแล้วมันแรงมาก
 
หรือเราจะเป็นคนจับจดจริงๆ
 
แดงน้อยเป็นคนจับจดก้อาจจะจริง
 
แต่แดงน้อยเป็นคนเผาเก่ง อาจารย์รอดูและกัน
 
 
จับจด  จับจด  จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด  จับจด จับจด 
 
มาดิท ความหมายค่ะ
 
  ADJ. desultory
def:[ลักษณะที่ทำไม่จริงจัง]
ant:[จริงจัง, เอาการเอางาน]
sample:[จริงอยู่ที่เขาชอบท่องเที่ยว แต่เขาก็ไม่ใช่คนจับจด]
V. be desultory
def:[ทำอะไรไม่จริงจัง]
ant:[จริงจัง, เอาการเอางาน]
sample:[พี่ชายคนนี้ไม่มีความรับผิดชอบ ขี้เกียจ จับจด ไม่ทำอะไรจริงจัง หาแต่เรื่องเดือดร้อนมาใส่ครอบครัว]

edit @ 11 Jan 2011 12:14:54 by แดงน้อย เนินกระโทก ผู้มีภูเขามาบังอยู่หน้าบ้าน..

พรุ่งนี้วันเด็ก

posted on 07 Jan 2011 15:04 by enjoy-dangnoi
พรุ่งนี้วันเด็กค่ะ
ฮาา คนเขารู้ไปครึ่งโลกแล้ว
 
ไม่ได้อักบล็อกมานานมาก
 
มีวีรกรรมสมัยเด็กกันไหมคะ  วันนี้จะมาเล่าให้ฟัง
 
เรื่องแรกชื่อเรื่อง หนีหมา
 
 
หนูเป็นเด็กผู้หญิงแบ๊วใส่ ถักเปีย มัดผมค่ะ เพราะว่า แม่ชอบจับแต่งตัวแบบนั้น ไม่ดูหน้าตาลูกเล้ยยย
หนูไม่เคยไปปั่นจัรยานแอดเวนเจอร์กับเพื่อนๆเลย เพราะว่า หนูปั่นจักรยานไม่เป็น  ฮ่าา
แล้วตอน ป.๔ หนูก็สำนึกได้ว่า ต้องขี่ให้เป็นให้ได้ แม่หนูใส่บาตรทุกเช้า ก็เลยตื่นพร้อมแม่ แล้วไปหัดขี่จัรยาน
ล้มลุกคลุกคลาน ไม่เคยบ่นให้แม่ฟังสักแอะ  และแล้ว วันแห่งความโชคร้ายก็มาถึง
 
วันนี้หนูออกไปปั่นตามปกติ ปั่นๆๆ  แอ้กกกกกกกก  ไอ้ตั้ง(ชื่อหมาหลัวอานขนเหี้ยน สีเทาแถวบ้าน) เขาร่ำลือกันว่ามันดุมากระดับเลเวลสูงสุดมันออกมา กวด(แปลว่าไล่ เผื่อบางคนไม่รู้จัก) 
 
จำได้ว่าปั่นสุดชีวิต (ซึ่งยังไม่แข็ง) และแล้ว การจัดสินใจที่แน่วแน่ก็เกิดขึ้น  หนูทิ้งจักรยานแล้ววิ่งหนีแทน 
เพราะ แน่ใจว่า วิ่งเองเร็วกว่า ฮาา
 
วันนั้นผ่านไป 
 
หลายวันต่อมา จนลืมไปแล้ว ป้าข้างบ้านเจ้าของหมา มาคุยกับแม่  เขาบอกว่าวันนั้น เห็นลูกสาวทิ้งจักรยานหนีหมา หัวเราะแทบตายย
 
TT__TT มีคนเห็นด้วย อยากแทรกแผ่นดินหนี
 
 
เรื่องที่ 2 ขโมยของ
 
เด็กผู้หญิงก็ต้องชอบดอกไม้ หนูก็ชอบฮะ
บังเอิญข้างบ้านเป็นสวนกุหลาบกระถางที่เขาเอาไปขายที่สวนจตุจักร
ทายสิจะเกิดอะไรขึ้น
ฮาา
หนูเอากระสอบข้าวสารสีขาว ใบใหญ่ๆๆ
ไปเก็บเกลี้ยง ดอกแย้มๆนะ ดอกบานไม่เอา
เกลี้ยงง....
 
แล้วเอามา แกะกลีบออกในกะละมัง
คนๆ เผื่อมันจะกลายเป็นน้ำหอม  คิดเอาเอง
 
แน่นอนว่าหลังจากนั้นป้าเจ้าของสวนกุหลาบมาที่บ้าน แต่ป้าแกว่าไม่เอาอะไร แค่บอกว่าอย่าไปเก็บอีก
ตอนนี้เห็นป้าแก ยังจำน้ำเสียงแหลมตอนนั้นออกเลย กลัวมาก ฮา
 
เรื่องสุดท้าย  ไม่มีชื่อ
 
ตอนเด็กหนุเป็นคนสองบุคคลิก อยู่บ้านจะแก่นเซี้ยว เปรี้ยวซ่ามากดุจลูกสาวกำนัน
แต่ตอนอยู่บ้านนี่เรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ แล้วรีด ซ้ำ
 
จนเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งอยู่บ้านใกล้ๆกัน มันบอกว่า
"ทำไมอยู่บ้าน ไม่เหมือนอยู่โรงเรียนเลยวะ"
หลังจากนั้นก็เลยทำให้ฉันเป็นคนแบบนี้
 
ตอนนี้ แม่อาจจะบอกว่าอยากได้ลูกคนเดิม แต่ไม่ทันแล้ว ตอนนี้ แรงทุกทีฮะ ฮาา
 
แต่ก็ขอบคุนเพื่อนคนนั้นมาก ที่มาช่วยเตือนสติ จนถึงทุกวันนี้ เป็นเพื่อนที่ไม่เคยลืมฮะ

PD radio {PIC}

posted on 07 Nov 2010 01:42 by enjoy-dangnoi
โชคดีมากเมื่อวานได้ไป คอนพีดี ในฐานะสื่อ
 
แถมได้จับมือ เอนริเก้  อีทึก ดงเฮ แอนด์ ดึงกางเกงฮยอก ฯเอสเจ มาด้วย
555
 
 
วันนี้จะมีแต่รูปนะ   แต่ระหว่างรอ อยากให้ช่วยทำอะไรให้สักอย่างหนึ่ง 555
 
อยากให้ช่วยกดไลค์ให้เราหน่อยนะ ก่อนอื่นหน้าเพจ http://www.facebook.com/12call ก่อนนะ
 
และจากนั้น เข้าลิ้งนี้ http://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=10150332570395457&id=251069560456&ref=notif&notif_t=like   
 
 
แล้วกดไลค์ให้หน่อย น้า....ขอบคุณมาก
 
 
อยากได้บัตรคอนเสิร์ตเหลือเกินนน
 
ขอบคุณนะฮ้าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
 
 
 

Favourites